Wednesday, July 28
Shadow

พลังจิต การฝึกพลังจิต

พลังจิต การฝึกพลังจิต (power of mind)

 

การฝึกพลังจิต power of mind เล่นฤทธิมีมานานตั้งแต่อดีตกาลนับพันปี เป็นเรื่องจริงที่ไม่ต้องสงสัยจากอดีตกาลบรรพชิตฤาษีโยคีจนถึงปัจจุบันนี้นักจิตวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ เรียนรู้เรื่องพลังจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำพลังจิตมาใช้ บันทึกตำราทางพุทธศาสนา่เขียนกรรมวิธีฝึกฝนจิตให้มีฤทธิ นึกคิดเป็นไปตามความต้องการ เรียกว่ามโนมยิทธิ อิทธิแนวทาง เป็นต้นว่าตำราเรียนจิตตานุภาพ ,ทิพยอำนาจ,วิสุทธิมรรค,ไตรปิฎก อธิบาย แนวทางการฝึกฝนจิตอย่างละเอียดลออเกิดเรื่องจริงที่เกิดขึ้นอย่างมีเหตุมีจิตเป็นกระบวนการทำงานของสมอง ที่รับทราบสิ่งต่างๆทั้งภายในและภายนอกร่างกาย มีวิธีการ ทราบ จำ คิด รู้สึก

ซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าขนาดต่ำ หรืออาจพูดได้ว่าจิตเป็นพลังงานนั้นเอง การฝึกฝนจิตก็เลยเป็นขั้นตอนฝึกฝนใช้ความคิดควบคุมวิธีการทำงานของสมอง พลังจิต เป็นพลังสมองที่ฝึกฝนให้เกิดผลขึ้น ตัวอย่างเช่น การฝึกฝนเพื่อมีพลังจิตคุ้มครองตนและสิ่งที่จำเป็น(วัตถุมงคล,บุคคล), การฝึกหัดเพื่อแสดงฤทธิผลาดแผลงสยบศัตรู รวมทั้งให้กำเนิดความศรัทธา,การสะกดจิตควบคุมความนึกคิดบำบัดอาการและรักษาโรค

พลังจิตที่สำคัญที่สุดเป็นการฝึกหัดเพื่อกำเนิดความฉลาดทราบและเข้าใจตามความเป็นจริง(ปัญญา:ญาณทัสนะ)รอบรู้ทุกทุกสิ่งจนกระทั่งขั้นพ้นความทุกข์อยู่เหนือโลกแห่งการเวียนว่ายตายเกิดเป็นอมตะซึ่งจะเรียกว่าอยู่กับพระเจ้า หรือ นิพพาน สงบเย็นก็ได้

การใช้อำนาจจิตในทางที่ผิดจะก่อเภทภัยแก่ตัวเอง การใช้พลังทำลายล้างสร้างกรรมบาปเช่นผู้ใช้ไสยเวทในทางที่ไม่ถูกมักเผชิญเคราะห์กรรมไม่ตายดี ไสยเวทย์คือการใช้อำนาจจิตผ่านคาถาหรือคาถาอาคม การท่องจำคาถาอาคมนั้นจัดเป็นการเก็บรวบรวมพลังจิตเพื่อใช้ให้เกิดผลที่ตนอยากได้มักเป็นไปในทางไม่ดีเหตุเพราะไม่เคยทราบเหตุผลที่การกระทำที่จริงจริงจึงเรียกเวทมนต์ของผู้ไม่รู้หรือผู้หลับไหล

ส่วนพุทธมนต์เป็นคำอบรมสั่งสอนของผู้รู้ผู้ตื่น บทสวดมนตร์เพื่อท่องจำวิธีปฏิบัติและก็คำกล่าวสอนที่ช่วยทำให้ผู้สวดมนตร์รู้เรื่องแนวทางปฏิบัติเพื่อสิ้นทุกข์และสามารถถ่ายทอดยังคนรุ่นต่อไป ด้วยเหตุนั้นครูฝึกพลังจิตควรจะมีความปกติ(ศีล)ไม่เอารัดเอาเปรียบรังแกคนอื่นเพื่อคุ้มครองตนแล้วก็ทำให้การฝึกหัดจิตได้ง่ายหรือเกิดความฉลาดรอบรู้ ขั้นตอนการเอาชนะโดยไม่ใช้ความรุนแรงและก็การฆ่าฟันเอารัดเอาเปรียบคนอื่น รวมถึงไปสู่ความเป็นอมตะเหนือการเวียนว่ายตายเกิด

จิต(สมอง)ที่ฝึกฝนแล้วมีพลังซึ่งสามารถควบคุมทุกทุกสิ่งทั้งยังภายในและภายนอกร่างกาย ทั้งมวลสารและพลังงาน ควบคุมการ เปลี่ยนพลังงานและมวลสารตามความต้องการ เป็นไปได้ดังสมใจนึกคิด(มโนมยิทธิ) และสามารถแสดงฤทธิ (ฤทธิ์แนวทาง)

 

ปรโยชน์ของการฝึกพลังจิต

ความฉลาดมีความรู้ หมดทุกข์

ตาทิพย์เห็นอดีต อนาคต เหตุผล

หูทิพย์

อ่านใจคน

ควบคุมสะกดจิตผู้อื่น

ควบคุมเปลี่ยนแปลงวัตถุธาตุ มวลสารและพลังงาน

เคลื่อนย้ายวัตถุ

เหาะเหิรเดินอากาศ เดินบนน้ำ เดินผ่านวัตถุ หายตัว

ติดต่อสื่อสารทางจิต