รีวิวหนัง Soul – อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

รีวิวหนัง Soul – อัศจรรย์วิญญาณอลเวง

เรื่องย่อหนัง

หนัง Soul หรือชื่อไทยว่า อัศจรรย์วิญญาณอลเวง เรื่องราวของครูสอนดนตรีคนหนึ่งที่ได้เกิดอุบัติเหตุจนทำให้วิญญาณของเขาหลุดออกจากร่างมายังดินแดนอันแสนวุ่นวายและน่าอัศจรรย์ ทำให้เขาต้องหาทางกลับร่างพร้อมๆกับการเรียนรู้ถึงชีวิตของตัวเองที่เคยผ่านมา

หนังอนิเมชันส่งท้ายปีส่งตรงจาก Pixar กับเรื่อง Soul หรือชื่อไทยว่าอัศจรรย์วิญญาณอลเวง บอกเล่าเรื่องราวของ Joe ชายวัยกลางคนผู้มีความฝันอยากเป็นนักเล่นดนตรีแจ๊สมาโดยตลอด แต่ความเป็นจริงเขาก็เป็นเพียงครูประถมสอนดนตรีทั้งนั้น แต่ว่าชะตาชีวิตก็เปิดโอกาสเขาได้ไปร่วมวงดนตรีแจ๊สชื่อดัง แต่ชะตาชีวิตก็เล่นตลกกับเขาอีกครั้ง เมื่อเขาดันพลาดตกท่อทำให้เขาโคม่าวิญญาณออกจากร่างไปสู่ภพภูมิสุดอัศจรรย์ ที่จะพาไปรู้จักกับคำว่า ชีวิต

 

ท้ายปีคงไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะเยียวยาจิตใจและส่งมอบความสุขได้เท่าเรื่องนี้แล้วแหละ เป็นการฮีลเรื่องร้ายๆที่ผ่านมาตลอดปีจริงๆบางครั้งก็อาจจะช่วยไม่ได้ไปตลอดหรอก แต่มันเป็นตอนเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาทีที่คุ้มค่าจริงๆ

 

นับว่าเป็นหนัง Pixar ที่มีความเป็นผู้ใหญ่พอตัวเลยแหละ ข้อความสำคัญในประเด็นต่างๆมันเป็นหลักสำคัญตั้งใจจริง กับการตามใส่ความหมายของการมีชีวิต แต่หนังก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ความตลกขบขันรวมทั้งความน่ารักน่าเอ็นดูเอาไว้เฉกเช่นเดิม ที่สำคัญยังคงทัชใจคนดูได้เช่นเดียวกัน

 

ตัวบทนับว่าทำออกมาได้ในระดับโอเค มันมีบางส่วนยังคงไม่สมเหตุสมผล มีการตั้งคำถามอยู่บ้าง ทิ้งค้างคาไว้บ้าง (เรื่องนักเรียน, เรื่องเพื่อน, เรื่องแม่) คือถ้าช่วงท้ายเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาเป็นภาพเล่าเล็กๆน้อยๆมันจะพอดีมากเลย และหลายๆครั้งมันก็ราบรื่นเกินไป หาทางลงง่ายเกินไปรวมทั้งดูรีบๆไปเสียหน่อย แต่ในภาพรวมมันก็ยังน่าติดตาม และพาคนดูไปเอ็นจอยกับมันได้ง่ายๆ เพราะว่ามันยังคงสนุก ดูง่าย

 

งานด้านภาพนี่พูดได้ว่าสวยสดงดงามสุดๆทั้งยังในพาร์ทของวิญญาณที่ประดิษฐ์ บางทีอาจมองเป็นตัวละครง่ายๆเป็นมิตรและก็สบายตาสุดๆแต่มันเต็มไปด้วยเนื้อหาสวยงามเล็กๆไม่ว่าจะเป็นสีสัน หรือแบบเสมือนกาแล็กซี่ไหลๆไปที่เส้น อธิบายไม่ถูก 5555 ส่วนในพาร์ทของคนท่ามกลางเมืองใหญ่นี่ก็สวยแบบไม่มีที่ตำหนิจริงๆ

 

ถูกใจความที่หนังเบาๆพากเพียรให้พวกเรารับทราบ ทำความเข้าใจ แล้วก็สอนพวกเราถึงสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อ โดยไม่ต้องให้เหล่าผู้แสดงมาบอกคำคมหรือแออัดยัดเยียดให้พวกเราเชื่อฟัง แต่ว่าหนังดำเนินมาเรื่อยเรียบง่าย ค่อยๆเป็นค่อยๆไป จนกระทั่งมาถึงส่วนท้ายพวกเราเชื่อตามแล้วก็เห็นด้วยกับข้อสรุปของหนังอย่างไม่รู้ตัว

 

ทดลองพักผ่อน ทดลองใช้เวลาช้าๆมองดูไปบริเวณเอ็นหน้าจอยกับสิ่งพวกนั้น มันสุขสบายอยู่ทุกแง่มุมนั่นแหละ ถ้าถามคำถามว่าชีวิตเป็นอย่างไร มีชีวิตเพื่ออะไร…มันเป็นการได้ดำเนินชีวิตนี่แหละ