อุบัติเหตุเปลี่ยนชีวิต…

บทความ

เรื่องนี้จะเล่าถึงประสบการ์ความเชื่อของเราเอง กล่าวคือในช่วงอายุ 13-16 ปี ช่วงอายุ13ปีนั้นเราพึ่งหัดขับรถมอเตอร์ไซด์ครั้งแรกเนื่องจากต้องไป ๆ มา ๆ ระหว่างโรงเรียนและบ้าที่ห่างกัน 20 กิโล ครั้งแรกที่เราหัดขับเป็นฮอลดาเวฟสีน้ำเงิน มีเกียร์ ซึ่งเอาตามตรงเราไม่กล้าขับตอนนั้นพอลองซักพักก็ขับได้ แต่พอมองถึงหน้าบ้านเรารู้สึกเบลอ แล้วรถเราก็เกิดอุบัติเหตุลงคลองหน้าบ้านไปเลยทีแรก เราไม่มีแผลอะไรเลย แต่พอมีลุงคนหนึ่งมายก รถออกจากเราคือท่อรถกดเท้าเรา จนเราร้องเสียงดังมาก

สุดท้ายเราก็ได้แผลเป็นที่เท้าขวามา จนเป็นเป็นแผลนูน จะเชื่อมั้ยเราพยายามใช้กรรไกรตัดเนื้อที่นูนออกมา มีแต่คนถามไม่เจ็บหรอ ขอบอกว่าเจ็บมากจ้า แต่เรากลัวเท้ามันไม่สวยนะสิ ชีวิตผู้หญิงเท้าไม่สวยคือจบ แต่พอพูดกลับไปก่อนเราจะขับรถเรารู้อยู่แล้วว่าล้มแน่ครองหน้าบ้านนี้ละ แต่เราก็ไม่คิดอะไรจนล้มจริง แต่ก็ไม่คิดอะไร แต่เชื่อมั้ยเรามีความซวยกับรถมาก อีก2-3 เดือนต่อมา เราตกรถประจำทาง น่าอายสุด ๆ ตอนนั้นไม่รู้สึกเจ็บเพราะเราอาย ๆ จนไม่รู้ว่าตัวเองหัวแตก แตกจริงจัง 3 เข็มแบบเบา ๆ  เหมือนใช้ชีวิตในความเสี่ยงทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งน่าจะอายุ 14 ปีเราอยู่มอ 3 พอดีเรียนก่อนเกณฑ์ แม่ซื้อรถให้ 1 คันขับไปเรียน เพราะเราเล่นกีฬาด้วยเราซ้อมบาสไง กลับบ้านชทุกวัน ช่วงนั้นไปไหนดึกบ่อยเลย จนวันหนึ่งเริมเข้ามอ 4 อายุ15 ปีเราไปเรียนพิเศษ คนเดียวเลยแบบเจอเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้จัก บอกตรง ๆ เราเป็นคนแรงพอต่ออะสิ คนเลยไม่ชอบเยอะอันที่จริงไม่แรงขนาดนั้นแต่รู้สึกว่า ฉันต้องสวย ถามว่าสวยมั้ยก็ไม่ขนาดนั้น ก็แต่จริงคือเด็กยังไม่รู้จักคำว่าครีม พอเรียนไปเรื่อยก็ทำแบบนี้เป็นประจำ เราเรียนเสาร์อาทิตย์ อยู่มาวันหนึ่งเราไปเรียนเช้ากับเพื่อนแล้วเพลียมากเราเลยบอกให้เพื่อนขับนะไม่ไหวปวดหัว คิดภาพตามนะวันนั้นเราใส่กางเกงขายามเสื้อแขนยาว2 ชั้นสีดำ สีแดง ถามว่าใส่ทำไม่เอาตรงไม่รู้อะว่าใส่ทำไม 555 แล้วขับไปเรื่อย ๆ เราหลับ แล้วเราได้ยินเสียงกรี๊ดแค่ครั้งเดียวกำลังจะลืมตาเราก็ไปฟืนที่โรงพยาบาล  แต่จริง ๆ คือมีเรื่องก่อนหน้านี้เกิดขึ้นคือเราอยู่ชมรมนาฏศิลป์ แล้วต้องไปรำงานต่าง ๆ วันอาทิตย์ แล้ววันนั้นเราแค่รู้สึกว่าเราจะโดนรถชนในวันเสาร์

แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง เราไปฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ดีที่ไม่มีผลข้างเคียงอะไรมากเลือดไม่ครั้งที่สมอง แต่เราฟื้นมากลับไม่พูดหรือเป็นคนเงียบแบบนิสับเปลี่ยนไปคนละคน แล้วคนแถวนั้นมาเล่าให้เราฟังว่า ถนนเส้นนี้คนที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ใส่เสื้อสีแดง ตั้งแต่นั้นมาเราก็เริ่มมีเซนต์ที่ชัดเจนขึ้น ลางสังหรณ์ของเราเริ่มเเม่นยำขึ้น จนปัจจุบันนี้คือบางครั้งเหตุบ้างส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าเขามีตัวตนอยู่ตรงนี้ตรงไหนเป็นต้น ถามว่ากลัวมั้ยกลัวมาก  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเรานิสัยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น เมื่อก่อนไม่ค่อย   ๆ เชื่อแต่ปัจจุบันคือเชื่อเลย แบบสนิทใจของแบบนี้ต้องเจอกลับตัวเอง หนักสุดไปเจอที่โรงแรมที่ไปทำงานพาร์ทไทม์ บอกตรง ๆ วันนั้นเจอจัง ๆ มากพระทันไม่ช่วยเลยใส่ไป2 องค์เพราะไม่รู้ตั้งแต่นั้นมาคือทำอะที่ไหนต้องระวัง

ที่พัก เอ็กตรีมนี้ ไม่มีวันลืม..

            

          เรื่องมันเกิดขึ้นในปลายฤดูร้อนปีหนึ่ง เมื่อบรรดาเหล่านักเรียนที่พึ่งจบม.6ใหม่ๆ ได้จัดทริปไปฉลองจบกับเพื่อนที่เกาะล้าน 2วัน1คืน โดยพวกเราก็ได้จัดแจงจองที่พักกันเรียบร้อย
         พวกเราได้ออกโดยทางกันในอีก1อาทิตยต่อมาโดยเช่ารถตู้ เพื่อไปลงที่ท่าเรือ ซึ่งกว่าจะถึงที่หมายก็ราวๆประมาณบ่าย3พอดี เมื่อถึงที่พัก ที่พักนี้จัดเป็นบ้านหลังๆ หลังนึงพักได้6คน เราได้เหมากัน2หลัง แยกนอนห้องละ2คน   สไตล์ที่พักเป็นแนวกีฬา แต่ละห้องจะเป็นห้องเอ็กตรีม และเป็นตรีมฟุตบอล เมื่อจัดแจงเก็บของกันเรียบร้อย  พวกเราก็เช่ารถจักรยานยนต์ไปเที่ยวตามหาดต่างๆกัน


         มาเที่ยวทั้งทีจะพ้นเรื่องปาตี้กันไม่ได้ พวกเราก็จัดแจงหาซื้อเหล้าวอสก้า คืนนี้กะเมากันให้เต็มที่ ตกเย็นพวกเราได้สั่งหมูกะทะมากินที่ที่พัก ต้องขออธิบายลักษณะที่พักนิดนึงนะคะ คือจะเป็นแนวบ้านหลังๆล้อมกัน ตรงกลางเป็นสนามปูนกว้างๆ มีโต๊ะนั่งกินข้าวได้ พวกเราก็ได้เริ่มสังสรรค์กันข้างล่าง เนื่องจากเราไปเที่ยวกันวันธรรมดา แขกที่มาพักเลยมีแค่พวกเรา พวกเราก็เสียงดังกันเต็มที่ กระโดดโลดเต้นกันสนุกสนาน เจ้าของที่พักก็ไม่ได้มีการมาตักเตือนอะไร เหมือนที่ตรงนี้ มีแค่พวกเรา…….

หลังจากที่เพื่อนๆเริ่มร้อน พวกเราเลยขึ้นไปกินกันบนห้องกันต่อ แต่ก็ยังเสียงดังกันอยู่ พวกเราได้นั่งเล่นเกมกัน ชื่อว่าเกมคิง คือเป็นการจับไพ่ ใครมีไพ่ K จะสั่งให้เพื่อนทำอะไรก็ได้ ด้วยความเมาตอนนั้น เราเองที่จับไพ่ได้ K เราจึงสั่งให้เบ้น ซึ่งเป็นเพื่อนสาวประเภท2ของเรา ได้ลงไปข้างล่าง แล้วรำกลางสนาม ด้วยความสนุกตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไร แต่มันยังไม่ใช่แค่นั้น ด้วยความที่เพื่อนอีกคนชื่อว่าเมย์ ได้ไพ่K ในรอบต่อไป ก็เลยสั่งให้ เบ้น ลงไปรำอีกรอบ แต่ให้พูดว่า อยากมีเพื่อนมารำด้วยจัง ความสนุกสนานตอนนั้น คือสิ่งที่เมย์หมายถึงคือ จะให้พวกเราลงไปรำด้วย แต่ก็ไม่ได้มีใครลงไปกับเบ้น
         

         หลังจากนั้น เราเริ่มเมามาก ไม่ไหว เลยขอตัวแยกย้ายไปนอน แปลกที่ มีแค่เรา เบ้น และเมย์ ที่รู้สึกไม่ไหว อยากจะนอน เรา3คนนอนคนละห้อง แยกย้ายกันนอนเรียบร้อย คนอื่นที่เหลือที่ยังอยากสนุกต่อ ได้ไปหาร้านนั่งข้างนอก ซึ่งเป็นร้านนั่งดื่มที่เค้าปิดตอนเช้า เราที่เข้ามานอนในห้องแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเคลิ้มจะหลับ อยู่ๆก็มีคนมาสะกิดข้างๆ เราก็คิดว่าเพื่อนมาตาม แต่พอลืมตาขึ้นมา กับเห็นผู้หญิงหน้าขาวปากแดง ยื่นหน้ามาใกล้เรามาก เราช็อคกับสิ่งที่เห็น เลยรีบโทหาเพื่อน แล้วบอกว่าอยากไปหา ไม่ง่วงแล้ว ด้วยอารมณ์ตอนนั้น ความเมาได้หายไปหมด เราก็รีบขับรถออกไปหาเพื่อน แปลกที่ ทุกคนอยู่กันครบ รวมทั้ง เมย์กับเบ้น เราก็ไม่ได้พูดอะไร

 

เพราะกลัวเพื่อนจะกลัว เราได้แต่นั่งนิ่งๆ เพราะยังตกใจกับสิ่งที่เจออยู่  ตอนนั้นเวลาใกล้จะเช้า อยู่ๆเบ้นก็ชวนพวกเราว่า พวกมึงไปใส่บาตรกันมั้ย ไหนๆก็ไม่นอนกัน เรารีบตกลงไปกับเบ้น แล้วเมย์ก็พูดมาว่า มึงกูไปด้วยดิ อยากใส่บาตร เรา3คนซ้อม3กันไปตรงวัดที่เกาะ ใส่บาตรอะไรกันเสร็จ เราก็แวะถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ริมหาด เบ้นถามเราว่า ทำไมอยู่ๆตื่นมาหาพวกมันอะ มึงเจอเหมือนกูใช่ปะ เมย์พูดขึ้นมาว่า มึงก็เจอหรอ เบ้นตอบทันทีว่า มีผู้หญิงหน้าขาวปากแดงมายืนขย่มบนเตียงกู…. เมย์ก็บอกหน้าขาวปากแดงหรอ เข้ายื่นหน้ามาหากูตอนกูกำลังจะนอน เราอึ้งกับสิ่งที่เพื่อนพูด เพราะเราก็เจอแบบนั้นเหมือนกัน เรา3คนได้แต่มองหน้ากัน แล้วก็ไม่ได้เล่าอะไรให้เพื่อนคนอื่นฟัง เราก็คิดว่า เค้าคงมาเตือนที่พวกเราเสียงดังกันแหละ เดี๋ยวกับไปก็ขอโทษเค้าแล้วก็นอน
       

         พอกลับไปที่ที่พัก เราก็ยกมือไหว้ขอขมากับสิ่งศักสิทธิ์ที่อยู่ที่นี่ อะไรที่ทำล่วงเกินไปเมื่อคืน เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการพวกกับความมึนเมา พอขอโทษกันเสร็จพวกเราก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน หลังจากนั้นก็เช็คเอ้าท์ออก
ทุกอย่างปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลยนี้แหละที่พัก เอ็กตรีมนี้ ไม่มีวันลืม..