ปลาเพียวขุ่น 

ปลาเพียวขุ่น (อังกฤษ: false glass catfish, striped glass catfish, East indies glass catfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Kryptopterus macrocephalus) เป็นปลาน้ำจืดประเภทหนึ่งในตระกูลปลาเนื้ออ่อน (Siluridae) มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลาก้างพระร่วง (K. vitreolus) ที่อยู่ในสกุลและสกุลเดียวกัน แต่ว่าปลาเพียวขุ่นจะมีขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่า มีลำตัวที่ขุ่นทึบกว่า รวมทั้งมีหนวดยาวกว่า ในประเทศไทย อาศัยอยู่เฉพาะป่าพรุโต๊ะแดงในจังหวัดนราธิวาสแค่นั้น ในต่างประเทศพบตามพรุคาบสมุทรมลายู โดยมีอุปนิสัยรวมทั้งพฤติกรรมคล้ายกับปลาก้างพระร่วง จึงได้มีอีกชื่อเรียกชื่อหนึ่งว่า “ปลาก้างพระร่วงป่าพรุ”

 

นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่ง

ปลาซ่า

ปลาซ่า เป็นชื่อสามัญของปลานํ้าจืดหลายสกุลในสกุลปลาตะเพียน (Cyprinidae) ได้แก่ สกุลปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus), สกุลปลาสร้อยลูกนุ่น (Labiobarbus) ฯลฯ บางจำพวกมีจุดสีดำบนเกล็ดข้างตัวจนเห็นเป็นลาย 6–10 เส้น ที่โคนหางมีจุดสีดำ ขนาดยาวได้ถึง 30 ซม.

 

ปลาในสกุลดังกล่าวมีพฤติกรรมชอบรวมตัวกันเป็นฝูง เมื่อตกใจจะกระโดดขึ้นเหนือน้ำพร้อมๆกันจนเกิดเสียงดังซ่า จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก “ปลาซ่า

 

ปลาสร้อยนกเขา

ปลาสร้อยนกเขา (อังกฤษ: hard-lipped barb, lipped barb, nilem carp, orange shark; ชื่อวิทยาศาสตร์: Osteochilus vittatus) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในตระกูลปลาตะเพียน (Cyprinidae)

 

มีลำตัวค่อนข้างแบน ปากเล็ก มีหนวด 2 คู่คือที่บริเวณ ขากรรไกรบน และใต้คางอย่างละ 1 คู่ บริเวณท้องมีสีเขียวสด ด้านล่างสีขาวนวล ใต้ท้องสีขาว มีจุดสีดำบนเกล็ดต่อเนื่องกันจนดูเป็นลายสีดำ 6-8 ลายด้านข้างลำตัว ครีบท้อง ครีบก้น และครีบท้องเป็นสีแดง ครีบอกมีลายเป็นสีเขียวอ่อน ที่โคนครีบหางมีจุดสีดำขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน จัดเป็นปลาที่มีความสวยงามชนิดหนึ่ง

 

มีความยาวเต็มที่ประมาณ 30 ซม. เป็นปลาที่อาศัยอยู่รวมตัวกันเป็นฝูงในแหล่งน้ำทุกภาคของประเทศไทยและยังพบได้ในหลายประเทศในภูมิภาคอินโดจีนอีกด้วย และเจอไปจนถึงแหลมมลายูและเกาะต่างๆในประเทศอินโดนีเซีย กินอาหารจำพวกสาหร่ายและตะไคร่น้ำใต้พื้นน้ำ จัดเป็นปลาที่หาได้ง่าย และนิยมจับมาบริโภคกัน โดยชอบจับได้ทีละครั้งละมากๆ

 

นอกจากนี้แล้วยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีก โดยยังมีชื่อเรียกอื่นๆอีก เช่น “ขี้ขม”, “ซ่า”, “นกเขา” หรือ “ขาวอีไท” ในภาษาเหนือ ฯลฯ

ปลาสร้อยลูกกล้วย หรือ ปลามะลิเลื้อย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Labiobarbus siamensis)เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในสกุลปลาสร้อยลูกนุ่น (Labiobarbus) ในตระกูลปลาตะเพียน (Cyprinidae)

ถิ่นที่อยู่

ปลาสร้อยลูกกล้วยมีถิ่นกำเนิดและอาศัยในไทย (พบได้ทั่วทุกภาค โดยเฉพาะในแม่น้ำสายหลักและสาขาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำบางปะกง และลุ่มน้ำโขง)ลาว (เช่นในแถบที่ลุ่มโขง แถบที่ลุ่มเซบั้งไฟ แล้วก็ที่ลุ่มเทิน); กัมพูชา (ได้แก่ที่ทะเลสาบเขมรและแม่น้ำโขงที่จังหวัดสตึงแตรง) และภาคใต้ของเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีรายงานการพบเห็นที่บริเวณเขื่อนเจินเดอโระฮ์ในเมืองเปรักทางภาคเหนือของมาเลเซียตะวันตก แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

 

ลักษณะ

ปลาสร้อยลูกกล้วยมีขนาดยาวประมาณ 10–18 ซม. ลำตัวเพรียวยาว หัวเล็ก หางคอด และปากเล็ก มีหนวดที่มุมปาก 2 คู่ ยาวเลยขอบหลังตา ต่างจากปลาสร้อยลูกนุ่นหรือปลาหลาวทอง (L. leptocheilus) ซึ่งมีหนวดมุมปากสั้นกว่า ไม่ถึงขอบหลังตา ลำตัวสีเงินวาว เกล็ดเล็ก มีแถบสีคล้ำ 5–6 แถบ พาดไปตามความยาวของลำตัว เกล็ดใต้ท้องสีขาวนวล ครีบสีจางหรือเหลืองอ่อน ครีบหลังเป็นแผงยาวถึงโคนหาง ครีบหางเว้าลึก สีเหลืองออกแดงเรื่อๆบางตัวมีแต้มจุดที่หลังครีบอกรวมทั้งโคนหาง

 

พฤติกรรม

ปลาสร้อยลูกกล้วยอาศัยอยู่ทั้งในแหล่งนํ้านิ่งและแหล่งนํ้าไหล ไม่ว่าจะเป็นหนองบึงหรือแม่น้ำลำธารก็ตาม เป็นปลาที่มีชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10–20 ตัวหรือมากกว่านั้น และก็พบมากรวมกับปลาสร้อยจำพวกอื่นๆโดยจะอยู่รอบๆพื้นทรายหรือรอบๆน้ำตื้นใกล้ริมฝั่งที่มีกองไม้ ขอนไม้ ต้นหญ้า เพื่อหาอาหาร ซึ่งตัวอย่างเช่น สัตว์หน้าดินขนาดเล็กรวมทั้งพลิกก์ตอนชนิดพืช ตะไคร่ และก็ไรน้ำ

 

ในอดีต ปลาสร้อยลูกกล้วยมีอยู่อย่างชุกชุม เมื่อตกใจจะกระโดดขึ้นจากผิวน้ำพร้อมกันทำให้เกิดเสียงดังซ่า จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ปลาซ่า” ซึ่งเป็นชื่อสามัญที่ใช้เรียกปนกับปลาสร้อยชนิดอื่นๆที่มีพฤติกรรมเหมือนกัน เช่น ปลาสร้อยนกเขา (O. vittatus) ในสกุลปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus) ปลาสร้อยลูกนุ่น (L. leptocheilus), ปลาสร้อยลูกกล้วยลาย (L. lineatus) ในสกุลปลาสร้อยลูกนุ่น ฯลฯ นอกจากนี้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีชื่อเรียกปลาสร้อยชนิดต่างๆในสกุลปลาสร้อยลูกนุ่นนี้ว่า “ปลาคุยลาม” ด้วย

 

การใช้ประโยชน์

ปลาสร้อยลูกกล้วยและปลาสร้อยชนิดอื่นๆเป็นที่นิยมบริโภคกันทั่วไป โดยนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี เช่น ทอด ย่าง ต้มแกง เข้าเครื่องลาบ หรือแปรรูปเป็นปลาแห้ง ปลาส้ม ปลาแดก ฯลฯ ในอดีตครั้งยังพบชุกชุมมีการนำมาทำน้ำปลา นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาตู้เพราะมีความสวยงามและอดทน