On-site SEO HACK : ปรับเว็บให้ได้รับความนิยมติดหน้าแรก

On-site SEO HACK : ปรับเว็บให้ได้รับความนิยมติดหน้าแรก

December 2, 2020 Off By Melissa Webb

เลือกอ่านตามหัวข้อ
      –  SEO เป็นยังไง?
      –  ก่อนที่จะ Off-site ให้ปัง จะต้องทำ On-site ให้ดังก่อน
      –  7 แนวทางลัดที่จะสามารถช่วยทำให้ท่านติดอันดับต้นๆในหน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหาได้!!
      –  พร้อมจะได้รับความนิยมติดหน้าแรก
      –  เมื่อ Google หาฉันไม่พบ… ​
      บางโอกาสพวกเราเขียนเนื้อหาบทความที่มีรายละเอียดที่ดีเยี่ยมเลย มีเนื้อหาแล้วก็ตอบปัญหาในหัวข้อนั้นๆได้อย่างดีเยี่ยม ดีกระทั่งไม่เคยทราบว่า อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้บทความของคุณไม่มีผู้ใดค้นหา ไม่มีผู้ใดคลิกเข้าไปมอง ถ้าหากคุณกำลังมีปัญหานี้ หรือต้องการเผชิญปัญหานี้ เนื้อหานี้จะช่วยทำให้คุณปรับแก้เว็บให้เป็นมิตร ประทับใจ Google เพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้อย่างเร็วเลยล่ะ! ไม่พลาดทุกข้อมูลที่ช่วยทำให้ธุรกิจคุณเติบโตได้เร็วเพิ่มขึ้น ติดตามได้มากมาย วิถีทางที่คุณสบาย ไม่ว่าจะเป็น e-mail, line หรือ youtube Subscribe


SEO เป็นอย่างไร?

 

จะขอชี้แจงอย่างง่ายๆและก็รวบรัด
     On-site (On-page) สิ่งที่อยู่บนเว็บของคุณ ตั้งแต่ชื่อบทความจนกระทั่งคอนเทนต์ด้านในที่จะทำให้คนหาคุณพบผ่าน Google
     Off-site (Off-page) การใช้ปัจจัยภายนอกเข้ามาทำให้เว็บของคุณมีชื่อเสียงและก็มีความน่านับถือมากเพิ่มขึ้น


ก่อนที่จะ Off-site ให้ปัง จะต้องทำ On-site ให้ดังก่อน
      ในตอนแรกที่พวกเราได้เอ่ยถึงว่า On-site เป็นอย่างไรกันไปแล้วด้วยคำชี้แจงรวมๆว่ามันเป็นการจัดเว็บให้ประทับใจ Google จนกระทั่งเขาจำเป็นต้องเอาพวกเราไปติดอันดับใน SEPR (search engine page result) หรือหน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหา

 

แล้วก็นี่เป็น 7 แนวทางลัดที่สามารถจะช่วยทำให้ท่านติดอันดับต้นๆในหน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหาได้!!

1. เพิ่มคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวหรือสื่อถึงบทความของคุณได้
     จังหวะที่คนค้นหาจะเลือกพิมพ์คำที่ตรงกับคุณเป๊ะประจวบเหมาะนั้นเป็นได้ยากเลยล่ะ โดยเหตุนี้แล้วคุณจำต้องสร้างช่องทางที่จะทำให้คนหาคุณพบได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยการใส่คีย์เวิร์ดอื่นๆที่จะสามารถสื่อถึงบทความของคุณลงไป คีย์เวิร์ดบางครั้งอาจจะเป็น synonym ของบทความของคุณก็ได้ ได้แก่ บทความ สลับตัวเองใน 5 นาทีด้วย Growth Mindset เป็นเรื่องเกี่ยวกับเค้าโครงความคิดหรือที่พวกเราเรียกกันว่า Mindset แบ่งเป็นสองจำพวกเป็น Fixed Mindset กับ Growth Mindset โดย Growth Mindset หรือเค้าโครงความคิดแบบเติบโต จะมีลักษณะที่กล้าจะปรับปรุงตนเอง ก้าวผ่านตนเองให้ตนเองเป็นผู้ที่ดีแล้วก็เก่งขึ้นในทุกวัน

      จะมองเห็นได้ว่าคำที่ถูกทำตัวครึ้มไว้ เป็นคำที่สื่อถึงบทความได้ คำทั้งผองนี้สามารถใช้เป็นคีย์เวิร์ดที่จะสื่อถึงบทความของคุณได้ทั้งปวงเลย ควรจะเอ่ยถึงคีย์เวิร์ดกลุ่มนี้อย่างต่ำหนึ่งครั้ง

      1. หัวข้อหรือ Title : จะช่วยเพิ่มยอดคลิกให้กับคุณ
เมื่อมีคนค้นหาคำที่ตรงหรือใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ด แล้วพบคำนั้นบนหัวข้อหรือชื่อเว็บของคุณเลย จะก่อให้เขามั่นใจว่าเว็บไซต์ฯนี้มีน่าจะมีสิ่งที่เขาอยากได้อยู่นั่นเอง สมมุติคุณเขียนเนื้อหาบทความ How to สักอย่าง หากคุณเป็นคนค้นหาจะใช้คำแบบไหน?

บางครั้งอาจจะเป็นตัวอย่างคำที่น่ารำคาญไปสักนิดสักหน่อย แต่ว่าไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยใช่มั้ยล่ะ ว่าเมื่อคุณมีสิ่งที่สงสัย หลายๆครั้งปัญหาของคุณก็มิได้หลุดไปจากคำเหล่านี้เลย
คำที่ใช้ค้นหายอดฮิต “Tips”, “How to”, “Review”, “Best 2019”, “Guide”, “ทิป”, “ทำเช่นไรให้…”, “แนวทาง”, “เทรนด์”, “ไกด์”

      2. รายละเอียด : ใส่คีย์เวิร์ดในตัวรายละเอียด แต่ว่าอย่ามากยิ่งกว่า 5 ครั้ง
การใส่คีย์เวิร์ดเข้าไป เสมือนเป็นการย้ำในตัวบทความเกี่ยวกับประเด็นนั้นๆทำให้ Google พบบทความของคุณได้ง่ายมากยิ่งกว่าเดิม แม้กระนั้นอะไรที่มากเหลือเกินก็ไม่ดี ด้วยเหตุว่ามันจะถูกลดจุดสำคัญลง ยิ่งกว่านั้นแล้วยังมีผลให้การอ่านบทความหรือการอยู่บนเว็บของคุณน่ารำคาญด้วย ลองนึกถึงของผู้ที่ถูกใจกล่าวอะไรบ่อยๆจบคำเดิมไม่ทันไร อ่าว กล่าวเรื่องเดิมอีกแล้ว… นั่นแหละจ้ะ

      3. URL : ทำให้เว็บของคุณแสดงขึ้นถึงแม้ว่าคำจะมิได้ตรงกับหัวข้อ
ที่ต้องระมัดระวังอีกอย่างเป็น อย่าทำให้ URL ของคุณอ่านยากมองรก ดังเช่นว่า https://thegrowthmaster.com/article/uFA455q24e#5% อย่างงี้จะมองยากและไม่สื่อความอะไร มิได้มีส่วนช่วยคุณเลย แม้กระนั้นถ้าหากคุณทดลองปรับปรุงแก้ไขมันสักนิดสักหน่อย เป็น https://thegrowthmaster.com/blog/7-quick-hack-on-site-seo การปรับแก้ URL เพียงนิดหน่อยก็มีส่วนช่วยให้คนหาคุณพบได้แล้ว มองมีความน่าไว้ใจมากเพิ่มขึ้นอีกด้วยล่ะ

      4. Meta description : หัวข้อไม่บอกชัด แม้กระนั้นรายละเอียดบอกใช่

คำชี้แจงที่เป็นส่วนสีดำของเว็บหรือบทความนั้น คำไหนที่เป็นคีย์เวิร์ดจะถูกทำให้เป็นตัวดำชัดแจ้งจากใจความบริบท ในประเด็นบางครั้งอาจจะมิได้มีคำนี้ (อย่างในผลของการค้นหาชั้นลำดับที่สอง) แม้กระนั้นเมื่อคุณค้นด้วยคีย์เวิร์ดที่มีอยู่ในเว็บ ตัวเว็บไซต์ฯก็จะถูกค้นพบด้วยด้วยเหมือนกัน การใส่คีย์เวิร์ดใน Meta description ก็เลยมีความหมายไปไม่น้อยกว่า 3 ตำแหน่งก่อนหน้าเลย อุตสาหะกระจัดกระจายคีย์เวิร์ดให้อยู่ในหลายๆ จุด ใช้คำอย่างนานัปการเพื่อผลของการค้นหาครอบคลุมเว็บของคุณเพิ่มมากขึ้น


2. แทรก Internal links
     มานะใส่ Internal links 2-3 ลิงก์ในแต่ละบทความของคุณ จะช่วยปรับปรุงภาพรวม SEO ของเว็บคุณได้ ดังเช่นว่า การใส่ลิงก์เกี่ยวกับการชี้แนะบทความที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นบทความที่เขียนโดยเว็บของคุณ เมื่อค้นพบบทความของคุณแล้ว ก็ได้โอกาสที่จะพบบทความที่เกี่ยวเนื่องเช่นเดียวกัน

     นอกนั้นแล้ว เมื่อบทความที่เกี่ยวนั้นถูกเอ่ยถึง (โดยการแนบลิงก์) จะมีผลให้ Google เห็นว่าบทความนั้นมีความน่าไว้ใจมากยิ่งขึ้น

3. External links มีถิ่นอ้างอิงให้วางใจ
     หากคุณใส่ลิงก์อ้างอิงไปยังเว็บอื่น Google จะเห็นความเกี่ยวเนื่องระหว่างเว็บของคุณและก็เว็บที่คุณอ้างถึง การเชื่อมต่อนี้ทำให้ Google เข้าใจในเรื่องเว็บรวมทั้งบทความของคุณมากเพิ่มขึ้น เมื่อมีการอ้างอิงถึงเว็บที่มีความน่าไว้ใจ คุณก็จะมีความน่าไว้ใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากคุณใส่ลิงก์อะไรที่เป็นขยะ สแปมต่างๆก็จะลดความน่านับถือของคุณลง

     การเขียนบทความ พวกเราไม่สามารถที่จะใส่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างลงไปได้ทั้งหมดทั้งปวง การคั่น External links ทำให้เขาสามารถเลือกอ่านข้อมูลอื่นๆในจุดนี้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องชูทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาใส่กระทั่งมันเต็มหน้าไปหมด ถ้าเกิดคุณยังไม่ค่อยรู้เรื่องว่า External links เป็นอย่างไร Contentshifu เพื่อนบ้านของพวกเราก็ได้เขียนประเด็นนี้เอาไว้ให้รู้เรื่องได้ง่ายอย่างยิ่งจริงๆ

     ยิ่งไปกว่านี้ยังส่งผลให้เว็บไซต์ฯต้นทางรับทราบว่าคุณกำลังเอ่ยถึงเขาอยู่ ช่วยผูกมิตรที่ดีระหว่างกัน รวมทั้งโน่นก็เป็นอีกหนึ่งทางช่วยกระจัดกระจายเว็บของคุณออกไป

 

4. Meta description ไม่สมควรยาวกว่า 160 ตัวเขียน

     อย่างที่คุณมองเห็นแบบอย่าง Meta description ไปในข้อ 1 ว่าจะเป็นส่วนที่เป็นสีดำความ 2-4 บรรทัดแค่นั้น ถ้าเกิดคุณใส่ Meta description ที่ยาวเกินความจำเป็น คำนิดหน่อยจะถูกตัดลง ซึ่งบางทีอาจเป็นเยี่ยมในใจความที่สำคัญก็ได้ จะดียิ่งกว่าไหม ถ้าเกิดคุณเลือกสาระสำคัญที่ติดต่อได้โดยที่มีขนาดพอดิบพอดีกับพื้นที่นั่น หากว่าคุณไม่ใส่ Meta description ลงไป Google จะสุ่มเลือกรายละเอียดขึ้นมาให้กับคุณเอง หรือในเรื่องที่ห่วยแตกที่สุดเป็น ผลของการค้นหาของคุณอาจจะขึ้นแม้กระนั้นหัวข้อ แต่ว่าไม่มีคำชี้แจงข้างล่าง นี่เป็นหลักที่ให้ท่านได้โฆษณาตนเองอย่างเต็มเปี่ยม โดยเหตุนั้นอย่าปลดปล่อยผ่านไปเชียวล่ะ!

5. Headline ได้ใจความใน 70 ตัวเขียน
     Headline หมายถึงหัวเรื่อง เป็นสิ่งที่จะบอกชัดว่าคุณกำลังกล่าวถึงเรื่องอะไร ภายใต้ข้อตกลงที่มิได้เล่าไส้ในทั้งสิ้น ด้วยเหตุว่า ถ้าหากคุณเล่าไปหมดแล้ว เขาจะคิดว่า เข้าใจดีแล้ว พอแล้ว แล้วก็ตัดจบ ไม่คลิกเข้าไปอ่านภายใน ตรงกันข้าม หากบอกให้เขาสงสัยหรือตรงกับปริศนาในใจของเขา จะมีผลให้เขาต้องการเข้าไปมองเยอะขึ้น “Get the most of the story inside the headline but leave just enough so people will want to click.” – Brian Moylan ทั้งปวงนั้น อยู่ที่คุณวางแบบ Headline ของคุณ



6. Alt Text จะไม่ปลดปล่อยให้ภาพเป็นเพียงแค่ของแต่งแต้มเว็บไซต์ฯ
     นอกเหนือจากการค้นหาคีย์เวิร์ดที่จะขึ้นบน Title, URL, Meta Description, Content Body แล้ว รูปภาพยังมีความหมายกระทั่งคุณจำต้องไฮไลท์ไว้เลยล่ะ หากกล่าวให้เห็นกระจ่างเจนขึ้นอีกสักนิดสักหน่อย ราวกับขณะที่คุณค้นหาบางสิ่งบางอย่างบน Google ที่เป็นรูปภาพ เพราะอะไรภาพพวกนั้นถึงขึ้นมา และก็ตรงกับสิ่งที่คุณอยากค้นหา? Search Engine อย่าง Google จะมีแนวทางเลือกบทความที่น่าไว้ใจให้ติดอันดับหน้าแรกๆหนึ่งในนั้นเป็น การมีรูปภาพอยู่ในเว็บหรือบทความ

     ภาพเองก็เป็นคีย์เวิร์ดได้ไม่ได้มีความแตกต่างจากรูปเลย ซึ่งคุณสามารถปรับให้ภาพนั้นเป็นคีย์เวิร์ดได้โดยใส่ Alt Text เข้าไป เมื่อค้นหาด้วยคำที่ตรงกันก็จะมีภาพนั้นขึ้นมา แล้วมันช่วยคุณได้อย่างไร? เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะค้นหาเป็นใจความ บางบุคคลก็เลือกที่จะค้นหาเป็นรูปและหลังจากนั้นก็ค่อยเลือกเข้าบทความ การใส่ Alt Text จะมีผลให้รูปของคุณไม่เป็นเพียงแค่ของตกแต่งเว็บ แต่ว่าใช้เป็นทางที่จะนำให้คนเข้ามาถึงที่หน้าบ้านของคุณได้! มากยิ่งกว่านั้นเป็น รูปภาพ ช่วยยั่วยวนใจความพึงพอใจ ทำให้นักอ่านไม่เบื่อแล้วก็เป็นจุดพักสายตาระหว่างอ่านอะไรยาวๆได้ด้วย

7. รายละเอียดละเอียดเพิ่มเติมนิด ยื้อผู้อ่านให้สนิทสนมกับพวกเรา
     เขียนดีสิ่งเดียวไม่พอ แม้กระนั้นคุณจำเป็นต้องเขียนให้อ่านรู้เรื่องก้าวหน้าด้วย และก็จำต้องอ่านง่ายไม่ว่าเขาจะอ่านผ่านเครื่องไม้เครื่องมือใดๆ พวกเราได้เปลี่ยนที่ตนเองไปสู่สมัยที่เป็น Multi-screen มานานพอควร เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้อ่านบางครั้งก็อาจจะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือแท็ปเล็ตสำหรับการเข้าชมเว็บของคุณก็ได้ อ่านเพิ่มที่บทความ 7 แนวทางเพิ่มยอดคลิกให้พุ่งติดหน้าแรก ด้วยการเปลี่ยนเว็บจากน่ารำคาญให้น่าใช้ หน้าเว็บไซต์ฯที่อ่านง่าย งดงาม จูงใจ ชอบเป็นหวานใจของนักอ่าน กล่าวได้ว่าเป็นกลเม็ดหนึ่งที่ดึงให้คนอยู่ในเว็บของคุณได้เป็นเวลานานมากเพิ่มขึ้น รวมทั้ง… 
Google ชอบใจสิ่งนี้

     เกร็ดความรู้เสริมเติม Google ชี้แนะว่า ถ้าหากเขียนเนื้อหาบทความในภาษาอังกฤษ ควรเขียนปริมาณ 3,000 คำเป็นขั้นต่ำ หากเป็นภาษาไทย Google ยังไม่มีสถิติในประเด็นนี้ พวกเราขอชี้แนะให้ท่านเขียนขั้นต่ำ 1,500 คำ รายละเอียดเป็นประโยชน์ต่อนักอ่าน = อยากอ่านต่อ = ใช้เวลาอยู่ในเว็บมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ Google พินิจพิจารณาแล้วว่าคนเข้ามาอ่านจริง ใช้เวลาอยู่บนเว็บของคุณ จะทำให้ SEO โดยรวมของเว็บดีขึ้นด้วย เสนอแนะวัสดุที่ช่วยบอกคุณว่าหญิงรับใช้เวลาอยู่บนเว็บเท่าไร : Google analytics จะช่วยบอกคุณว่า Social Network ไหนที่สร้าง traffic บนเว็บของคุณเยอะที่สุด รวมทั้งบอกเหตุว่าคนรับใช้เวลาอยู่บนเว็บของคุณนานมากแค่ไหน


พร้อมจะได้รับความนิยมติดหน้าแรก
     ทดลองแก้ไขเว็บตาม 7 ขั้นตอนนี้กันเลย ถ้าหากคุณมีคำถามอะไร สามารถ Inbox เข้ามาถามไถ่พวกเราได้เสมอ แล้วอย่าลืมเล่าสู่กันฟังว่า On-site SEO ของคุณเห็นผลเป็นอย่างไรกันบ้าง พวกเรารอคอยฟังข่าวดีจากคุณอยู่ :> เอาละ! คุณพร้อมที่จะทะยานขึ้นสู่หน้าแรกของ Google หรือยัง?