ปลาคู้ ปลาคู้ดำ

ปลาคู้ หรือ ปลาเปคู (โปรตุเกส: Pacu ปากู) หรือที่นิยมเรียกกันในเชิงการเกษตรว่า ปลาจะละเม็ดน้ำจืด เป็นชื่อสามัญที่เรียกปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดจำพวกหนึ่งในตระกูลปลาติดอยู่ราซิน (Characidae) ในตระกูลย่อย Serrasalminae หรือตระกูลย่อยของปลาปิรันยา

 

ปลาคู้มีรูปร่างโดยรวมคล้ายกับปลาปิรันยาซึ่งอยู่ในตระกูลย่อยเดียวกัน หากแต่อยู่ต่างสกุลกัน โดยปลาคู้นั้นจะมีรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าปลาปิรันยามาก โดยอาจยาวได้ถึง 80-110 ซม. และอาจหนักได้เกือบ 40 กิโล รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกันหมายถึงปลาคู้จะกินได้อีกทั้งพืชและสัตว์ โดยบางครั้งอาจจะขึ้นไปบนผิวน้ำเพื่อรอกินผลไม้หรือลูกไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นได้เลย ขณะที่ปลาปิรันยาจะกินแต่เนื้อเพียงอย่างเดียว

อีกประการหนึ่งที่แตกต่างกัน คือ ฟันแล้วก็กรามของปลาคู้แม้จะแข็งแรงและแหลมคม แต่ว่าก็ไม่เป็นซี่แหลมเหมือนปลาปิรันยา และกรามล่างจะไม่ยื่นยาวออกมาจนเห็นได้ชัด

 

ปลาคู้มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง กระจายพันธุ์ในลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้เป็นต้นว่า อเมซอน, โอรีโนโก ฯลฯ

ปลาที่ได้ชื่อว่าเป็น ปลาคู้ จะเป็นปลาที่อยู่ในสกุล Acnodon, Colossoma, Metynnis, Mylesinus, Mylossoma, Ossubtus, Piaractus, Tometes และUtiaritichthys

 

เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันเป็นปลาเศรษฐกิจในหลายส่วนของโลก4รวมทั้งในประเทศไทยด้วย เนื่องจากเป็นปลาที่โตได้เร็วมาก กินเก่ง กินอาหารได้ไม่เลือก อีกทั้งยังพบว่าเป็นปลาที่ช่วยสำหรับเพื่อการกำจัดหอยเชอรี่อันเป็นศัตรูข้าวที่สำคัญได้อีกด้วย5 ประกอบกับเนื้อมีรสชาติอร่อยสามารถปรุงเป็นของกินได้มากมาย ทั้งยังนิยมตกกันเป็นเกมกีฬาด้วย แม้กระนั้นด้วยความแพร่หลายนี้ ทำให้กลายเป็นปัญหาของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในบางพื้นที่

 

สำหรับในประเทศไทย ชนิดของปลาคู้ที่นำเข้ามาและนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย คือ ปลาคู้แดง (Piaractus brachypomus) แล้วก็ปลาคู้ดำ (Colossoma macropomum) ซึ่งเป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ยังนิยมเลี้ยงกันเป็นปลาสวยด้วย

 

ปลาคู้ แม้จะได้ชื่อว่าไม่เป็นปลาอันตรายต่อมนุษย์เท่ากับปลาปิรันยา แต่ที่ปาปัวนิวกินีรวมทั้งสหรัฐอเมริกา กลับมีปลาคู้ที่มีพฤติกรรมกัดอัณฑะของผู้ที่ตกปลาหรือลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้ว

ปลาคู้ดำ (Colossoma macropomum)

ปลาคู้แดง (Piaractus brachypomus)

การจำแนกชั้นทางด้านวิทยาศาสตร์

  • อาณาจักร: Animalia
  • ไฟลัม: Chordata
  • ชั้น: Actinopterygii
  • ชั้น: Characiformes
  • ตระกูล: Characidae
  • ตระกูลย่อย: Serrasalminae
  • สกุล

 

ปลาคู้ดำ หรือ ปลาเปคูดำ (อังกฤษ: Blackfin pacu, Black pacu) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colossoma macropomum อยู่ในตระกูลCharacidae ตระกูลย่อยSerrasalminae มีรูปร่างทั่วๆไปเหมือนปลาปิรันยา ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน แม้แต่ว่าปลาคู้ดำจะมีส่วนเว้าของหน้าผากเว้าเข้ามากกว่า โคนหางจะคอดเล็ก ฟันข้างในปากมีสภาพเป็นหน้าตัดคล้ายฟันมนุษย์ไม่แหลมคม เมื่อเทียบกับส่วนของลำตัว ลำตัวแล้วก็ปลายหางจะมีสีเงินผสมดำ แล้วก็เมื่อปลาโตเพิ่มขึ้นในส่วนของสีดำนี้ก็จะเห็นกระจ่างขึ้นด้วย

 

มีขนาดโตเต็มกำลังได้ถึง 1 เมตร หนักได้ถึง 40 โล มีบ้านเกิดในทวีปอเมริกาใต้ในบริเวณลุ่มน้ำอเมซอนและแม่น้ำโอริโนโคซึ่งเป็นแม่น้ำสาขา มีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่รวมเป็นฝูง กินได้ทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งแตกต่างไปจากปลาปิรันยาที่จะกินเพียงสัตว์อย่างเดียว และยังสามารถกินเมล็ดพืชที่ตกลงน้ำได้อีกด้วย โดยมักไปรอกินบริเวณผิวน้ำ

 

ปลาคู้ดำ จัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์ย่อย Serrasalminae อันเป็นสกุลย่อยเดียวกับปลาปิรันยา แม้กระนั้นไม่มีนิสัยดุร้ายเท่า มีชื่อเป็นภาษาพื้นเมืองเรียกว่า Tambaqui หรือ Cachama หรือ Gamitana และเป็นปลาเพียงชนิดเดียวด้วยที่อยู่ในสกุล Colossoma1

 

เป็นปลาที่นิยมบริโภคกันในท้องถิ่น สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย เช่นเดียวกับปลาปิรันยาชนิดอื่นๆสำหรับในประเทศไทย ปลาคู้ดำได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในฐานะเป็นปลาเศรษฐกิจที่กรมประมงส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง โดยมีชื่อเรียกกันในวงการเกษตรว่า “ปลาจะละเม็ดน้ำจืด” เช่นเดียวกับ ปลาคู้แดง (Piaractus brachypomus) ด้วย

 

นอกจากนี้ยังนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามอีกด้วย ซึ่งจากการนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามนี้ เมื่อปลาโตขึ้นผู้เลี้ยงไม่สามารถเลี้ยงต่อไปได้ไหว จึงนิยมนำไปปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆทำให้ในปัจจุบัน มีปลาคู้ดำในแหล่งน้ำธรรมชาติตามที่ต่างๆทั่วประเทศ เป็นต้นว่า เขื่อนศรีนครินทร์ ฯลฯ จัดเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในจำพวกชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอีกชนิดหนึ่ง

ปลาหลด ลาหลดม้าลาย ปลาหลดหลังจุด ปลาน้ำจืด

ปลาหลด ปลาน้ำจืด

ปลาหลด เป็นชื่อปลานํ้าจืดชืดทุกประเภทในสกุลปลากระดูกแข็งประเภทหนึ่ง ใช้นามสกุลว่า Macrognathus จัดอยู่ในชั้นปลาไหลท้องนา (Synbranchiformes) สกุลปลาวัวกระทิง (Mastacembelidae)

ปลาหลดมีรูปร่างเพรียวยาว ลำตัวแบนข้าง หัวและตามีขนาดเล็ก มีจุดเด่นคือ ปากเล็กและมีจะงอยปากแหลมยาว มีลักษณะทั่วไปคล้ายปลาในสกุล Mastacembelus หรือปลาวัวกระทิง ทว่ามีขนาดแล้วก็รูปร่างเล็กกว่ากันมาก มีสีสันและลวดลายน้อยกว่า1 โดยเฉลี่ยแล้วจะมีความยาวราวไม่เกิน 1 ฟุต และก็มีครีบหางแยกออกจากครีบหลังและครีบท้องชัดเจน

ก้านครีบเดี่ยวของครีบหลังเป็นหนามสั้นๆปลายแหลมประมาณ 12-31 ก้าน ปลายจะงอยปากที่จมูกคู่หน้าแยกออกเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ4 หรือ 6 ติ่ง เกล็ดมีขนาดเล็กมากมีพฤติกรรมความเป็นอยู่และการหากินคล้ายๆกัน โดยอาจจะพบได้ในลำธารน้ำตกบนภูเขาหรือในป่าดิบชื้นด้วยเจอกระจายพันธุ์ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความสำคัญต่อมนุษย์ในแง่ของการเป็นอาหาร ตกปลา และเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

 

การจำแนก

สกุลปลาหลดปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 23 ชนิด3 ชนิดที่มีชื่อภาษาไทยเป็นประเภทที่เจอในประเทศไทย

 

1.Macrognathus aculeatus (Bloch, 1786)

2.Macrognathus aral (Bloch & J. G. Schneider, 1801)

3.Macrognathus aureus Britz, 2010

4.Macrognathus caudiocellatus (Boulenger, 1893)

5.Macrognathus circumcinctus (Hora, 1924) — ปลาหลดภูเขา

6.Macrognathus dorsiocellatus Britz, 2010

7.Macrognathus fasciatus Plamoottil & Abraham, 20143

8.Macrognathus guentheri (Day, 1865)

9.Macrognathus keithi (Herre, 1940)

10.Macrognathus lineatomaculatus Britz, 2010 — ปลาหลดภูเขาลายจุด

11.Macrognathus maculatus (Cuvier, 1832)

12.Macrognathus malabaricus (Jerdon, 1849)

13.Macrognathus meklongensis Roberts, 1986 — ปลาหลดแม่กลอง

14.Macrognathus morehensis Arunkumar & Tombi Singh, 2000

15.Macrognathus obscurus Britz, 2010

16.Macrognathus pancalus Hamilton, 1822

17.Macrognathus pavo Britz, 2010

18.Macrognathus pentophthalmos (Gronow, 1854)

19.Macrognathus semiocellatus Roberts, 1986 — ปลาหลดข้างหลังจุด, ปลาหลดลายจุด

20.Macrognathus siamensis (Günther, 1861) — ปลาหลดจุด

21.Macrognathus taeniagaster (Fowler, 1935)

22.Macrognathus tapirus Kottelat & Widjanarti, 2005 — ปลาหลดลายเฉียง

23Macrognathus zebrinus (Blyth, 1858) — ปลาหลดม้าลาย

 

ปลาหลดม้าลาย

ลาหลดม้าลาย (อังกฤษ: zebra spiny eel; ชื่อวิทยาศาสตร์: Macrognathus zebrinus) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในสกุลปลาหลด (Macrognathus) สกุลปลากระทิง (Mastacembelidae)

มีรูปร่างลักษณะราวกับปลาหลดทั่วๆไป แม้กระนั้นมีขนาดลำตัวที่ใหญ่มากยิ่งกว่าบางส่วน จะงอยปากยื่นแหลมกว่า มีลำตัวสีน้ำตาลปนเขียว มีจุดเด่นก็คือ มีลายเป็นบั้งๆสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ เป็นเส้นลายริ้วตลอดทั้งตัวเจอกระจายพันธุ์เฉพาะในบริเวณลุ่มน้ำสาละวินที่เดียวในโลก มีความยาวโดยเฉลี่ยราวๆ 10-20 ซม. เจอโตเต็มกำลังได้ถึง 46 ซม.1 เป็นปลาแคว้นที่พบได้ทั่วไป นิยมเอามาปรุงสดแล้วก็ทำเป็นปลาแห้งบริโภคกันในเขตแดน และนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวย แต่ไม่พบบ่อยมีขายบ่อยนัก

 

ปลาหลดข้างหลังจุด หรือ ปลาหลดลายจุด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Macrognathus semiocellatus) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในสกุลปลาหลด (Macrognathus) สกุลปลากระทิง (Mastacembelidae)

 

มีรูปร่างเหมือนปลาชนิดอื่นๆที่อยู่ในสกุลปลาหลด โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิด M. siamensis แต่ว่ามีรูปร่างเรียวกว่า มีลายที่ลำตัวบนพื้นลำตัวสีน้ำตาลเขียวตัดกันไปตลอดทั้งลำตัว และมีจุดครึ่งวงกลมสีดำที่บริเวณใต้ครีบหลังประมาณ 7-8 จุด มีครีบก้นที่เชื่อมต่อเป็นอันเดียวกันกับครีบหลังและครีบท้อง เหมือนปลาในสกุลปลากระทิง (Mastacembelus)มีขนาดความยาวประมาณ 19 ซม. พบกระจายพันธุ์เฉพาะในบริเวณลุ่มน้ำโขงและสาขาเท่านั้น จัดว่าเป็นปลาที่พบได้บ่อยและชุกชุมในท้องถิ่น

ปลาไหลแดง ปลาไหลนา

ปลาไหลแดง ปลาไหลนา

ปลาไหลแดง หรือ ปลาหล่อย ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Macrotrema caligans อยู่ในตระกูลปลาไหลนา

(Synbranchidae) มีรูปร่างคล้ายปลาไหลหลาด (Ophisternon bengalense) ซึ่งเป็นปลาในตระกูลเดียวกัน

แต่ปลาไหลแดงจะมีปลายหางที่แผ่แบนเป็นครีบเห็นได้ชัดเจนกว่า มีตาอยู่เยื้องมาทางด้านหน้า

กระดูกเหงือกมี 4 คู่ เป็นปลาที่มีขนาดเล็กที่สุดในตระกูลปลาไหลนาที่พบได้ในประเทศไทยทั้งหมด 3 ชนิด

และจัดเป็นปลาเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Macrotrema

 

มีขนาดยาวที่สุดประมาณ 17–20 ซม. สีลำตัวเป็นสีแดง แต่สามารถปรับสีให้เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมได้

มักอาศัยอยู่ใต้โคลนตมหรือแหล่งน้ำที่มีใบไม้ทับถมกันเป็นจำนวนมาก พบในปากแม่น้ำหรือลำคลองในบริเวณภาคกลาง, ภาคใต้พบได้ที่ทะเลสาบลำปำ จังหวัดพัทลุง ในต่างประเทศพบที่มาเลเซีย

จัดเป็นปลาที่พบได้น้อย และหายากที่สุดในตระกูลปลาไหลนาที่พบในประเทศไทย

 

ปลาไหลนา หรือ ปลาไหลบึง เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monopterus albus อยู่ในตระกูลปลาไหลนา (Synbranchidae) มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายงู ตามีขนาดเล็ก คอป่องออก มีอวัยวะช่วยหายใจอยู่ในคอหอยเป็นเส้นเลือดฝอย ซึ่งช่วยให้หายใจได้โดยไม่ต้องผ่านซี่กรองเหงือกเหมือนปลาทั่วไป และยังสามารถขุดรูในดินเพื่อจำศีลในช่วงฤดูร้อนได้ด้วย ไม่มีครีบใดๆยกเว้นบริเวณปลายหางแบนยาวคล้ายใบพาย เมื่อยังเล็กมีครีบอก แต่โตขึ้นจะหายไป กระดูกเหงือกมีทั้งหมด 3 คู่

 

ลำตัวลื่นมาก สีลำตัวปกติเป็นสีเหลืองทอง ใต้ท้องสีขาว ในบางตัวอาจมีจุดกระสีน้ำตาล แต่ก็มีพบมากที่สีจะกลายไป เป็นสีเผือก สีทองทั้งตัว หรือสีด่าง มีความยาวประมาณ 60 ซม. พบใหญ่สุดถึง 1.01 เมตร

 

ปลาไหลนา จัดเป็นปลาในตระกูลปลาไหลนาที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย โดยพบได้ทุกภาค ทุกแหล่งน้ำ เจอชุกชุมทั่วไป สำหรับในต่างประเทศพบกว้างขวางมาก ตั้งแต่อเมริกากลาง, ทวีปอเมริกาใต้, ทวีปแอฟริกา, ประเทศอื่นๆในทวีปเอเชีย ไปจนถึงโอเชียเนีย เป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร โดยกินได้แม้กระทั่งซากสัตว์ที่เปื่อยยุ่ย มีพฤติกรรมชอบรวมตัวกันหาอาหาร

 

เมื่อยังเล็กจะเป็นตัวเมีย และจะกลายเป็นตัวผู้เมื่อโตขึ้น ผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่มี.ค.ถึงก.ย. และก็มีความสมบูรณ์สูงสุดในการวางไข่ คือ ส.ค. โดยไข่จะมีเพียง 1 ฝัก เป็นลักษณะไข่จมไม่สัมผัสกับวัสสุใดๆใต้น้ำ เมื่อสัมผัส จะมีความยืดหยุ่นมาก มีลักษณะสีเหลืองสดใส ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.3 ซม. ไข่ที่ได้รับการผสมมีลักษณะกลม สีเหลืองทอง ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะมีสีขาวใส ไข่จะใช้เวลาในการฟักโดยประมาณ 3 วัน ลูกปลาเมื่อฟักออกใหม่ๆมีความยาว 2.5 ซม. มีถุงไข่แดง 2 ใน 3 ส่วน และก็มีครีบอกเมื่ออายุได้ 5 – 6 วัน ถุงไข่แดงยุบพร้อมครีบอกหายไป รวมทั้งเริ่มกินอาหารได้

 

เป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนิยมบริโภคกันมาแต่โบราณ อีกทั้งยังมีความเชื่ออีกว่า หากปล่อยปลาไหลนาแล้วจะช่วยให้ทุกข์โศกไหลไปตามชื่อ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันในเชิงพาณิชย์ โดยนิยมเลี้ยงในบ่อปูน ในปลาที่มีสีกลายออกไป นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ปลาไหลนา  ปลาไหลบึง ปลาไหลหลาด

ปลาไหลนา  ปลาไหลบึง ปลาไหลหลาด

 

ปลาไหลนา หรือ ปลาไหลบึง เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monopterus albus อยู่ในตระกูลปลาไหลนา (Synbranchidae) มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายงู ตามีขนาดเล็ก คอป่องออก มีอวัยวะช่วยหายใจอยู่ในคอหอยเป็นเส้นเลือดฝอย ซึ่งช่วยทำให้หายใจได้โดยไม่ต้องผ่านซี่กรองเหงือกราวกับปลาทั่วๆไป และยังสามารถขุดรูในดินเพื่อจำศีลในช่วงฤดูร้อนได้ด้วย ไม่มีครีบใดๆยกเว้นบริเวณปลายหางแบนยาวเหมือนใบพาย เมื่อยังเล็กมีครีบอก แต่โตขึ้นจะหายไป กระดูกเหงือกมีทั้งหมด 3 คู่

ลำตัวลื่นมาก สีลำตัวปกติเป็นสีเหลืองทอง ใต้ท้องสีขาว ในบางตัวอาจมีจุดกระสีน้ำตาล แต่ก็มีพบมากที่สีจะกลายไป เป็นสีเผือก สีทองทั้งตัว หรือสีด่าง มีความยาวประมาณ 60 ซม. พบใหญ่สุดถึง 1.01 เมตร

 

ปลาไหลนา

ปลาไหลนา จัดเป็นปลาในตระกูลปลาไหลนาที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วย โดยพบได้ทุกภาค ทุกแหล่งน้ำ เจอชุกชุมทั่วไป สำหรับในต่างแดนเจอกว้างขวางมาก ตั้งแต่อเมริกากลาง, ทวีปอเมริกาใต้, ทวีปแอฟริกา, ประเทศอื่นๆในทวีปเอเชีย ไปจนถึงโอเชียเนีย เป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร โดยกินได้แม้กระทั่งซากสัตว์ที่เน่า มีพฤติกรรมชอบรวมตัวกันหาอาหาร

 

เมื่อยังเล็กจะเป็นตัวเมีย และจะกลายเป็นตัวผู้เมื่อโตขึ้น ผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่มี.ค.ถึงก.ย. รวมทั้งมีความสมบูรณ์สูงสุดสำหรับการวางไข่ คือ ส.ค. โดยไข่จะมีเพียง 1 ฝัก เป็นลักษณะไข่จมไม่สัมผัสกับวัสสุใดๆใต้น้ำ เมื่อสัมผัส จะมีความยืดหยุ่นมาก มีลักษณะสีเหลืองสดใส ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราวๆ 0.3 ซม. ไข่ที่ได้รับการผสมมีลักษณะกลม สีเหลืองทอง ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะมีสีขาวใส ไข่จะใช้เวลาในการฟักประมาณ 3 วัน ลูกปลาเมื่อฟักออกใหม่ๆมีความยาว 2.5 ซม. มีถุงไข่แดง 2 ใน 3 ส่วน และมีครีบอกเมื่ออายุได้ 5 – 6 วัน ถุงไข่แดงยุบพร้อมครีบอกหายไป และเริ่มกินอาหารได้

 

เป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนิยมบริโภคกันมาแต่โบราณ อีกทั้งยังมีความเชื่ออีกว่า หากปล่อยปลาไหลนาแล้วจะช่วยให้ทุกข์โศกไหลไปตามชื่อ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันในเชิงพาณิชย์ โดยนิยมเลี้ยงในบ่อปูน ในปลาที่มีสีกลายออกไป นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

ไหลนา

 

การจำแนกชั้นด้านวิทยาศาสตร์

  • อาณาจักร: Animalia
  • ไฟลัม: Chordata
  • ชั้น: Actinopterygii
  • อันดับ: Synbranchiformes
  • ตระกูล: Synbranchidae
  • สกุล: Monopterus
  • สปีชีส์: M. albus

ชื่อทวินาม

  • Monopterus albus
  • (Zuiew, 1793)
  • ชื่อพ้อง
  • Fluta alba (Zuiew, 1793)

ปลาไหลหลาด

ปลาไหลหลาด (อังกฤษ: Bengal swamp eel, One-gilled eel, Pygmy eel; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ophisternon bengalense) ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลปลาไหลนา (Synbranchidae) มีรูปร่างเรียวยาวคล้ายงู มีลักษณะคล้ายปลาไหลนา (Monopterus albus) มีลักษณะที่แตกต่างคือ บริเวณส่วนหัวเรียวยาวกว่า ลำตัวเพรียวกว่า ปลายหางแบนและมีก้านครีบเห็นชัดเจน สีลำตัวเป็นสีน้ำตาลแดง หรือ สีเหลือง มีกระดูกเหงือก 4 คู่

มีขนาดทั่วๆไปโดยประมาณ 30 ซม. พบใหญ่สุดถึง 1 เมตร

พบอาศัยอยู่บริเวณใต้โคลมตมบริเวณปากแม่น้ำ ในประเทศไทยพบเฉพาะปากแม่น้ำในภาคกลาง

เป็นปลาที่พบได้น้อย มีชื่อเรียกอย่างอื่น อีก เช่น “ปลาหลาด” หรือ “ปลาไหลงู” ฯลฯ

ปลาไหลหลาด

สถานะการอนุรักษ์

ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)1

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

  • อาณาจักร: Animalia
  • ไฟลัม: Chordata
  • ชั้น: Actinopterygii
  • อันดับ: Synbranchiformes
  • ตระกูล: Synbranchidae
  • สกุล: Ophisternon
  • สปีชีส์: O. bengalense

ชื่อทวินาม

  • Ophisternon bengalense
  • (McClelland, 1844)

ชื่อพ้อง

  • Synbranchus bengalensis (McClelland, 1844)

ทางเข้า joker

ทางเข้า joker

ทางค่ายเราได้จัดช่อง ง่ายๆไม่ซับซ้อนและยุ่งยากอีกต่อไป สามารถเข้าเล่นได้ผ่านระบบเบราว์เซอร์ chrome ไม่ต้องดาวน์โหลดติดตั้ง เข้าเล่นได้เลยผ่านระบบ ฝาก-ถอน ออโต้ อัตโนมัติ สามารถทำรายการได้ภาย3วินาทีการันตีด้วยสมาชิกที่มีมากกว่า75000คน หากไม่ชอบเล่นในโทรศัพท์ก็สามารถเล่นบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บ้านได้เลยหรือเล่นแท็บเล็ต (Tablet) และอุปกรณ์อื่นที่ใช้งานบราวเซอร์ได้ แถมการเล่นผ่านแอปฯ และเว็บก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันเลยในเรื่องของระบบเกมส์ แจ็คพอต โบนัสต่างๆ แค่มีบางเกมที่ไม่มีให้เล่นบนเว็บเท่านั้น

joker slot รับแหลก แจกโบนัส


ถือว่าเป็นเกม ที่นักเดิมพันชอบเล่นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเล่น หรือมืออาชีพ ถ้ามีเทคนิคดีๆก็สามรถสร้างโอกาส รวยได้เหมือนกัน ตัวเกมส์ที่นำมาให้เล่นนั้นมาพร้อมกับกราฟิกสุดพิเศษ มีความสมจริง สวยงาม แถมทางผู้ที่พัฒนาได้ทำการออกแบบให้มันสามารถเล่นได้บนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งเล่นผ่านแอปพลิเคชัน บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน (Smart Phone) รองรับการใช้งานทุกระบบปฎิบัติการณ์แอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (iOS)ซึ่ง ทางเข้าjoker slotก็จะอัพเดทอยู่เสมอ ในทุกๆวัน มีเจ้าหน้าดูแลและบริการอย่าครบครันพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

 

เกมส์สล็อตที่มีอัตราการออกโบนัสบ่อยสุด

ถือว่าเป็นค่ายเกมส์สล็อตออนไลน์ที่อยู่เหนือกว่าค่ายอื่น ในเรื่องของการออกโบนัส แจ็คพอต แถมรางวัลที่ได้ยังได้เยอะกว่าค่ายต่างๆ อีกด้วย ไปสุดทางจริงสำหรับค่ายนี่ ซึ่งค่ายอื่นจะมีอัตราการออกโบนัสน้อยกว่ามากเพราะเว็บอาจจะผ่านเอเย่น อัตราการชนะจะน้อยมาก เพราะเช่นนั้นเราต้องเลือกเว็บที่ไม่ผ่านเอเย่น ซึ่งต้องเลือกดีๆให้แน่ชัด แน่ใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางค่ายก็ได้สร้างหลายช่องทาง และช่องทางสำรอง สำหรับในการเข้าใช้ โดยระบบออโต้อัตโนมัติ รวดเร็ว ทันใจและไม่ทำให้ท่านได้ผิดหวังกับการเดิมพันครั้งนี้แน่นอน สมัครได้ง่ายผ่านระบบลงทะเบียนอัตโนมัติ เปิดเมมเบอร์เพียงแค่ 3 นาที เข้าเล่นได้เลยสำหรับทางเข้าเล่น slot jokerทางเข้า (Slot) ยิงปลา (Fish Hunter) คาสิโน (Casino) บิงโก (Bingo) และอื่นๆ ยังมีเกมอีกมากมายให้ท่านได้เลือกเล่นมากกว่า300เกม ให้ท่านได้เพลิดเพลินไปกับการเล่นเกม

 

โบนัสและโปโมชั่นมากมาย

นอกจากจะมีเกมมากมายให้เลือกเล่นแล้ว ยังมีโบนัส จ่ายขั้นสูงอีก สามารถทำกำไรได้มหาศาลเกมสลอตถือว่าเป็นเกมที่เล่นง่ายและเป็นเกมที่นิยมการเดิมพันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะมีรูปแบบที่เล่นง่าย รูปภาพที่น่าตื่นตาสวยงาม ซึ่งเรากล้าการันตีนว่า โบนัสแตกง่าย กว่าทุกเว็บแน่นอน นอกจากเกมสล็อตแล้วยังมีเกม ไพ่ เกมจรวด Cash Or Crash เดิมพันกีฬาออนไลน์ เกมยิงปลาออนไลน์ซึ่งรูปแบบการเล่นเกมเหล่านี้ไม่ได้ยากแม้แต่นิดเดียว หากคุณเป็นสายล่าโปรโมรชั่นดีๆ แจกเครดิตฟรีเยอะ ๆ คุณต้องเข้ามาสมัครเล่นกับเว็บเราแล้วล่ะ เพราะโบนัสเรามีตลอดทั้งเดือนเลย เรื่องเครดิตฟรี ไม่ต้องห่วง เรากล้าแนะนำท่าน เพราะเรากล้าให้คุณมากกว่าเว็บอื่นๆ แน่นอน การันตีที่สมาชิกที่มีมากกว่า75000คน เพราะนอกจากนั้นคุณยังไม่ต้องฝากแล้ว ไม่ต้องทำเทิร์นโอเวอร์ ไม่ต้องแชร์โพส สมัครได้เลยบริการดูแลทุกช่องทางสำหรับ ช่อง ทางเข้าJoker มีช่องทางการเข้าอย่างเห็นได้ชัดเจน ที่หน้าแรก ของเว็บเลย ขั้นตอนการทำรายการก็สะดวกง่ายๆม่ถึง3วินาที

 

ทำไมต้องเลือกเล่นกับทางค่ายเรา?

 

1.ปลอดภัยไร้การโกง 100% เชื่อถือได้ การเงินมั่นคง จ่ายจริง
2.สามารถเล่นผ่านบราวเซอร์ chrome ได้เลย ไม่ต้องติดตั้งและดาวน์โหลด ให้ยุ่งยาก
3.เกมที่มากกว่า300เกมให้เลือกเล่น
4.เป็นระบบฝาก-ถอนออโต้ที่ดีที่สุด2021

ปลาฉนากจะงอยปากแคบ ปลาฉนากเขียว

ปลาฉนากจะงอยปากแคบ ปลาฉนากเขียว

ปลาฉนากจะงอยปากแคบ (อังกฤษ: Knifetooth sawfish, Pointed sawfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Anoxypristis cuspidata) ปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาฉนาก (Pristidae) จัดเป็นปลาฉนากเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Anoxypristis4 โดยมาจากภาษากรีก oxy (οξυ) หมายถึง “คม”, pristis (πρίστης) หมายถึง “เลื่อย” และ custidata มาจากภาษาละตินคำว่า cuspidatus หมายถึง “จุด”5

ลักษณะ

 

เปรียบเทียบลักษณะความกว้างของจะงอยปาก ฟัน ลักษณะและขนาดของหางและครีบอก และตำแหน่งของครีบหลังเทียบกับครีบเอว ในปลาฉนากจะงอยปากกว้าง (P. pristis – บน) ปลาฉนากเขียว (P. zijsron – กลาง) และ ปลาฉนากจะงอยปากแคบ (Anoxypristis cuspidata – ล่าง)

มีรูปร่างเหมือนปลาฉนากทั่วไป แต่มีรูปร่างเพรียวกว่า ส่วนหัวแคบกว่า สีลำตัวเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทา จะงอยปากแคบกว่าปลาฉนากจะงอยปากกว้าง (Pristis microdon) และมีจำนวนซี่ฟันมากกว่า คือ มีจำนวน 23-35 คู่3

 

ขนาดโตเต็มที่ราว 4 เมตร เป็นปลาฉนากอีกชนิดหนึ่งซึ่งสามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้ เจอตามชายฝั่งของทะเลอินโด-แปซิฟิก, ทะเลแดง, อ่าวเปอร์เซีย, ปาปัวนิวกินี, ประเทศออสเตรเลียทางตอนเหนือ, ประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ รวมทั้งปากแม่น้ำขนาดใหญ่ในประเทศไทยด้วย

 

ปลาฉนากจะงอยปากแคบ

 

ปลาฉนากจะงอยปากแคบ จัดเป็นปลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤตตามบัญชีของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์และรักษาธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)

ปลาฉนากจะงอยปากแคบ

ตอนที่มีชีวิตอยู่: 56–0Ma

PreЄЄOSDCPTJKPgN

อีโอซีน – ปัจจุบัน1

Anoxypristis cuspidata.png

สถานะการอนุรักษ์และรักษา

ใกล้สูญพันธุ์ (IUCN 3.1)2

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร: Animalia

ไฟลัม: Chordata

ชั้น: Chondrichthyes

ชั้นย่อย: Elasmobranchii

ชั้น: Pristiformes

ตระกูล: Pristidae

สกุล: Anoxypristis

White & Moy-Thomas, 1941

สปีชีส์: A. cuspidata

ชื่อทวินาม

Anoxypristis cuspidata

(Latham, 1794)

ชื่อพ้อง3

Pristis cuspidata Latham, 1794

 

ปลาฉนากเขียว

ปลาฉนากเขียว (อังกฤษ: Green sawfish, Longcomb sawfish, Narrowsnout sawfish) ปลากระดูกอ่อนขนาดใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pristis zijsron ในตระกูลปลาฉนาก (Pristidae) มีรูปร่างคล้ายปลาฉนากจะงอยปากกว้าง หรือ ปลาฉนากน้ำจืด (P. microdon) ที่อยู่ในสกุลเดียวกัน มีจะงอยปากที่ยาวเป็น 1/3 ของความยาวลำตัวและก็หาง มีซี่ฟันทั้งหมด 24-34 คู่ ครีบหลังอันแรกคู่หลังครีบอก ครีบหางท่อนบนมีขนาดใหญ่

ลักษณะและการกระจายพันธุ์

 

เปรียบเทียบลักษณะความกว้างของจะงอยปาก ฟัน ลักษณะและขนาดของหางและครีบอก และตำแหน่งของครีบหลังเทียบกับครีบเอว ในปลาฉนากจะงอยปากกว้าง (P. pristis – บน) ปลาฉนากเขียว (P. zijsron – กลาง) และ ปลาฉนากจะงอยปากแคบ (Anoxypristis cuspidata – ล่าง)

ขนาดโตเต็มที่ได้ 7.3 เมตร พบกระจายพันธุ์บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย, แอฟริกาทิศตะวันออก, ห้วงมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ ,สมุทรจีนใต้, ขว้างปัวนิวกินี รวมทั้งภาคเหนือแล้วก็เมืองนิวเซาท์เวลส์ของประเทศออสเตรเลีย ในบริเวณน้ำขุ่นหรือดินเลน เป็นปลาฉนากอีกชนิดหนึ่งที่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำกร่อย หรือน้ำจืดสนิทได้ ลูกปลาวัยอ่อนซี่ฟันจะไม่แข็งเหมือนปลาวัยโต และจะแข็งขึ้นเรื่อยๆตามวัย

ปลาฉนากเขียว

สถานะการอนุรักษ์

 

เสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ (IUCN 3.1)1

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร: Animalia

ไฟลัม: Chordata

ชั้น: Chondrichthyes

ชั้นย่อย: Elasmobranchii

อันดับ: Pristiformes

ตระกูล: Pristidae

สกุล: Pristis

สปีชีส์: P. zijsron

ชื่อทวินาม

Pristis zijsron

Bleeker, 1851

ปลากระเบนธง

ปลากระเบนธง

ปลากระเบนธง (อังกฤษ: Whipray) เป็นวงศ์ของปลากระเบนวงศ์หนึ่ง ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dasyatidae (/แด-ซี-แอท-อิ-ดี้/) พบได้ทั้งน้ำจืดสนิท, น้ำกร่อย แล้วก็ทะเล มีรูปร่างแบนราบ ไม่มีครีบข้างหลัง ส่วนครีบอกแผ่กว้างรอบตัว ปากอยู่ด้านล่าง ตาอยู่ข้างบน มีช่องน้ำเข้า 1 คู่อยู่ข้างหลัง มีขากรรไกรและฟันที่แข็งแรงจำนวนมากเรียงติดต่อกันเป็นแถว ใช้ขบกัดสัตว์เปลือกแข็งซึ่งเป็นอาหารหลักได้ดี ผิวหนังเรียบนิ่มไม่มีเกล็ด ยกเว้นบริเวณกลางหลัง

มีส่วนหางที่ยาวเหมือนแส้ ซึ่งคนโบราณนิยมตัดหางมาทำเป็นแส้ เรียกว่า “แส้หางกระเบน” ที่โคนหางมีเงี่ยงแหลมอยู่ 1-2 ชิ้น (พบมากสุดถึง 4 ชิ้น) ที่อาจยาวได้ถึง 31 เซนติเมตร2 เป็นอาวุธใช้สำหรับป้องกันตัว มีพิษแรง มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 6 และก็เมื่อหักไปแล้วแตกออกใหม่ได้ มักมีผู้ถูกแทงเสมอๆเพราะเหตุว่าไปแตะถูกเข้าโดยไม่ระวัง เช่น เท้าไปถูกเข้าระหว่างที่ปลาฝังตัวอยู่ใต้ทราย ขณะที่เดินบริเวณหาด เพราะมีพฤติกรรมมักฝังตัวอยู่ใต้พื้นทราย โดยโผล่มาเพียงแค่ส่วนตาและเงี่ยงหางเท่านั้น

จากการที่มีตาอยู่ด้านบนแต่ปากอยู่ด้านล่างทำให้ไม่สามารถมองเห็นอาหารถึงเวลาจะกิน ก็เลยมีอวัยวะรับกลิ่นและอวัยวะรับคลื่นไฟฟ้าในการบอกตำแหน่งของอาหาร แพร่ขยายพันธุ์ด้วยการออกลูกเป็นตัว โดยมีการสืบพันธุ์ในฤดูหนาว ตัวผู้จะว่ายน้ำตามประกบตัวเมียอย่างใกล้ชิดและมักกัดรอบๆขอบลำตัวของตัวเมีย เมื่อจะสืบพันธุ์เพศผู้จะว่ายไปอยู่ข้างบนแล้วปล่อยน้ำเชื้อไปสู่ตัวเมีย โดยส่วนมากจะคลอดลูกคราวละ 5-10 ตัว 2

 

ในเลือดของปลาตระกูลนี้มีสารประกอบของยูเรีย จึงมีกลิ่นเหมือนปัสสาวะ

สกุล

ปัจจุบันพบทั้งหมด 8 สกุล ได้แก่ (บางข้อมูลจัดให้แค่ )

 

Dasyatis Rafinesque, 1810

Himantura J. P. Müller & Henle, 1837

Makararaja T. R. Roberts, 2007

Neotrygon Castenau, 1873

Pastinachus Rüppell, 1829

Pteroplatytrygon Fowler, 1910

Taeniura J. P. Müller & Henle, 1837

Urogymnus J. P. Müller & Henle, 1837

ในประเทศไทย

ปลาในวงศ์ปลากระเบนธงพบทั้งหมดประมาณ 70 ชนิด ที่พบในประเทศไทยมีทั้งหมด 21 ชนิด อาทิ 

ที่พบในน้ำจืด

ปลากระเบนแม่น้ำโขง (Dasyatis laosensis)

ปลากระเบนราหู (Himantura chaophraya หรือ polylepis)

ปลากระเบนแม่กลอง (Himantura kittipongi)

ปลากระเบนขาว (Himantura signifer)

ที่พบในน้ำกร่อยหรือทะเล

ปลากระเบนบัว (Himantura bleekeri)

ปลากระเบนแมลงวัน (Himantura gerrardi)

ปลากระเบนลายเสือ (Himantura oxyrhynchus)

ปลากระเบนชายธง (Pastinachus sephen)

ปลากระเบนทอง (Taeniura lymma)

เงี่ยงหางของปลากระเบนนั้น มีลักษณะเป็นแท่งแบนยาว มีส่วนปลายแหลม ขอบทั้งสองข้างมีรอยหยักเป็นฟันเลื่อย ด้านบนมีร่องจากโคนถึงปลายกลุ่มเซลล์สร้างพิษหรือต่อมพิษ อยู่ใต้ผิวชั้นนอก

พิษปลากระเบน

พิษจากเงี่ยงหางของปลาในตระกูลนี้ไม่อาจทำให้แก่ชีวิตได้ โดยพิษมีคุณสมบัติเป็นสารโปรตีนจะซึมผ่านทางบาดแผล โดยมีน้ำพิษสีเทาหรือใส และดูดซึมเข้าระบบทางเดินอาหาร จะเกิดการอักเสบ เจ็บปวด เช่นเดียวกับพิษของงูหางกระดิ่ง นอกจากนี้แล้วยังมีเอนไซม์ในการทำลายเนื้อเยื่อได้อีกด้วย ในบุคคลที่มีอาการแพ้มากจะทำให้มีไข้ได้ รวมทั้งบาดแผลอาจลุกลามได้ แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่ในกรณีที่ สตีฟ เออร์วิน พิธีกรรายการทีวีชาวออสเตรเลียที่เสียชีวิตเพราะถูกเงี่ยงของปลากระเบนชายธงแทงแล้วเสียชีวิตนั้น มิได้เกิดจากพิษโดยตรง แต่เป็นเพราะว่าถูกแทงเข้าที่เข้าทางอวัยวะสำคัญเป็น หัวใจ ประกอบอยู่ใต้น้ำด้วย ทำให้น้ำท่วมปอดจนกระทั่งเสียชีวิต

 

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีเซรุ่มแก้พิษปลากระเบน ซึ่งวิธีการปฐมพยาบาลขั้นต้น ให้กดบริเวณปากแผลด้วยผ้าสะอาดหนาๆเพื่อห้ามเลือด จากนั้นให้แช่บาดแผลในน้ำอุ่นจัดที่มีอุณหภูมิโดยประมาณ 43–45 องศาเซลเซียส หรือใช้ผ้าชุบน้ำร้อนพันรอบรอบๆที่ปวดโดยประมาณ 30–60 นาที หรือเอาอวัยวะส่วนที่โดนแทงไปอังไฟ เพราะความร้อนจะทำลายโปรตีนของพิษ อาการปวดจะค่อยทุเลาลง พิษจะคลายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง หากมีอาการแพ้มากให้รีบนำส่งโรงพยาบาล

รีวิวตัวละคร อากัตสึมะ เซ็นอิตสึ

รีวิวตัวละคร อากัตสึมะ เซ็นอิตสึ

ประเทศญี่ปุ่น: 我妻 善逸 โรมาจิ: Agatsuma Zen’itsu

ให้เสียงโดย: ประเทศญี่ปุ่น ชิโมะโนะ ฮิโระ ไทย กิตติธร พันธ์โคกกรวด (Dex , Line TV) ไทย สรวิศ ตงเท่ง (True ID) ไทย พาริส อินทรโกมาลย์สุต (Movie)

เซ็นอิตสึเป็นเด็กหนุ่มขี้ขลาดซึ่งถูกบังคับให้เข้าร่วมกลุ่มนักล่าอสูรในรุ่นเดียวกับทันจิโร่เพื่อชดใช้หนี้สิน เขาได้รับการถ่ายทอดเพลงดาบ “ปราณอัสนีบาต” (ประเทศญี่ปุ่น: 雷の呼吸法 โรมาจิ: Kaminari no Kokyū-hō) จากสมัยก่อนเสาหลักอัสนีบาต แต่กลับสำเร็จวิชาเพียงแค่กระบวนท่าอันดับแรกเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงมักดูถูกตัวเองอยู่เสมอ แม้ความจริงแล้วเขาจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากก็ตาม เขาได้ร่วมกลุ่มกับทันจิโร่ในภารกิจหนึ่งและเริ่มติดตามทันจิโร่มานับตั้งแต่นั้น เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาหลงใหลในความน่ารักของเนะซึโกะ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเขายอมรับในความใจดีและความซื่อตรงของทันจิโร่ด้วย ในตอนแรกนิสัยที่ขลาดกลัวได้ขัดขวางการต่อสู้ของเซ็นอิตสึและทำให้เขาสามารถต่อสู้ได้ในยามที่สิ้นสติหรือหลับอยู่เท่านั้น แต่ว่าต่อมาเขาก็เรียนรู้ที่จะขจัดความหวาดกลัวของตนและก็สามารถลงมือต่อสู้ในยามที่ต้อง กระทั่งสามารถปรับปรุงเพลงดาบปราณสายฟ้ากระบวนท่าใหม่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองได้สำเร็จ

 

ดาบของเซ็นอิตสึเป็นดาบสีทองคำ เขามีประสาทการได้ยินระดับค่อนข้างสูง ก็เลยสามารถแยกประเภทลักษณะที่จริงจริงของบุคคลต่างๆได้จากเสียงหัวใจเต้นของแต่ละคน

 

ฮาชิบิระ อิโนะสุเกะ

ประเทศญี่ปุ่น: 嘴平 伊之助 โรมาจิ: Hashibira Inosuke

ให้เสียงโดย: ประเทศญี่ปุ่น มะสึโอะกะ โยชิสึงุ5 ไทย พัฒน์เตเคยชินท์ แขพัฒนผู้รังสฤษฎ์ (Dex , Line TV) ไทย ความรื่นเริง ศรีโพธิ์ (True ID , Movie)

อิโนะสุเกะเป็นชายหนุ่มที่ถูกหมูป่าชุบเลี้ยงมาตั้งแต่ยังอยู่ในวัยทารก เขาใช้เพลงกระบี่ “ปราณสัตว์ป่า” (ประเทศญี่ปุ่น: 獣の呼吸法 โรมาจิ: Kemono no Kokyū-hō) ซึ่งเขาฝึกซ้อมด้วยตัวเอง ร่วมกับกระบี่คู่ซึ่งมีฟันเหมือนใบเลื่อย เมื่อใดที่ได้กระบี่เล่มใหม่ เขาจะกะเทาะคมกระบี่ให้เป็นอย่างฟันเลื่อยเพื่อกับท่าทางและก็ความชำนาญการต่อสู้ของเขาอยู่เสมอ (ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ช่างตีดาบโกรธเขามาก) อิโนะสุเกะเป็นคนหุนหันพลันแล่นและก็มักชอบใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหา ถึงแม้ดูเหมือนจะเป็นคนหัวทึบ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ตนเองในการต่อสู้อยู่หลายต่อหลายครั้ง รูปลักษณ์ภายนอกของเขาเป็นคนที่มีกล้ามมากและตัวหยาบกร้าน ผิดกับบริเวณใบหน้าที่สวยสดงดงามราวกับผู้หญิงอย่างน่าแปลก ซึ่งปกติเขาจะปิดบังไว้ด้วยหน้ากากหัวหมูป่าอยู่เสมอ ในตอนที่พบกับทันจิโร่ครั้งแรกนั้น อิโนะสุเกะปฏิบัติต่อเขาอย่างศัตรู ต่อเมื่อได้ผ่านการต่อสู้ร่วมกันมาแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นเพื่อนกัน เขามักท้าประลองกับท้าประลองกับทันจิโร่ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีอยู่เสมอ อิโนะสุเกะได้รับการทดสอบที่ฐานของนักล่าอสูรพร้อมๆกันกับทันจิโร่แล้วก็เซ็นอิตสึ และสามารถผ่านการทดสอบได้เป็นคนแรก

 

ดาบของอิโนะสุเกะเป็นดาบสีฟ้า-เทา เขามีประสาทสัมผัสในระดับที่ถือว่าสูง ซึ่งใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการสัมผัสถึงตัวตนของศัตรูจากระยะไกลได้

สึยุยงริ ค่ะนะโอะ

ประเทศญี่ปุ่น: 栗花落 カナヲ โรมาจิ: Tsuyuri Kanao

ให้เสียงโดย: ประเทศญี่ปุ่น อุเอะดะ เรนะ ไทย ท้องนาราริน รัตนปราณี (Dex , Line TV) ไทย บุญราศรี ฉายะวรรณ (True ID)

 

คะนะโอะเป็นเด็กหญิงผู้เข้าร่วมกลุ่มนักล่าอสูรรุ่นเดียวกันกับทันจิโร่ เซ็นอิตสึ และเก็นยะ โดยอยู่ในความชุบเลี้ยงของโคโจ ชิโนะบุ ผู้เป็นเสาหลักแมลงคนปัจจุบัน และได้รับการฝึกซ้อมในฐานะสึงุโกะ หรือผู้สืบทอดตำแหน่งเสาหลัก เธอใช้เพลงดาบ “ปราณบุปผา” (ประเทศญี่ปุ่น: 花の呼吸法 โรมาจิ: Hana no Kokyū-hō) แล้วก็มีความสามารถการต่อสู้สูง แม้กระนั้นชอบประพฤติตนผิดหากว่าไม่มีคำบัญชาลงมาที่เธอโดยตรง คะนะโอะเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจนและมีปัญหาความรุนแรงภายในบ้าน ซ้ำต่อมาเธอยังถูกขายตัวลงเป็นทาส ทำให้เธอต้องปิดกั้นการแสดงอารมณ์เพื่อปกป้องตนเอง แม้เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากชิโนะบุและคะนะเอะให้พ้นจากความเป็นทาสแล้ว เธอก็ยังไม่ยอมทำอะไรนอกจากจะถูกสั่งให้ทำเช่นเดิม คะนะเอะได้สอนให้เธอโยนเหรียญทายหัวก้อยเมื่อถึงคราวตัดสินใจลำบาก คุณจึงใช้การโยนเหรียญช่วยในการตัดสินใจอยู่เสมอจนกระทั่งเมื่อได้เป็นเพื่อนกับทันจิโร่ ซึ่งได้เตือนให้เธอรู้จักตัดสินใจเองให้มากขึ้นและพึ่งพาการโยนเหรียญให้น้อยลง

 

ดาบของคะนะโอะเป็นดาบสีชมพู เธอมีพลังประสาทสายตาระดับสูง ทำให้สามารถหลีกการโจมตีและมองหาช่องโหว่ของศัตรูไปด้วยพร้อมๆกัน แต่ระหว่างการต่อสู้กับโดมะซึ่งเป็นศึกหนัก ทำให้คุณต้องฝืนใช้ประสาทสายตาระดับสูงเกินกำลัง จนสายตาของคุณสูญเสียการมองเห็นไปหนึ่งข้างหลังจากเอาชนะคู่ต่อสู้ได้

 

ชินะซุกะวะ เก็นยะ

ประเทศญี่ปุ่น: 不死川 玄弥 โรมาจิ: Shinazugawa Genya

ให้เสียงโดย: โอคาโมโตะ โนบุฮิโกะ

 

นักล่าอสูร เข้าร่วมในเวลาเดียวกันกับทันจิโร่กับเซ็นอิตสึ เก็นยะเป็นสาวใช้ร้ายแรงและก็ปากเหม็นหมกมุ่นไม่มีอะไรเลยไม่มีอะไรเลยนอกเหนือจากการฆ่ายักษ์ ท่าทางของเก็นยะแปรไปในหลังจากที่เขาต่อสู้ด้านข้างทันจิโร่ เพื่อเก็บสิ่งที่หลบซ่อนในหมู่บ้านกระบี่เหล็ก ไม่ราวกับนักล่าอสุรีอื่นๆเยอะที่สุด เก็นยะไม่สามารถที่จะใช้ลมหายใจได้หรือใช้สไตล์การต่อสู้ด้วยดาบส่วนใหญ่แทน เก็นยะรับประทานส่วนหนึ่งส่วนใดของอสุรีที่เก็นยะต่อสู้ และก็ผ่านระบบที่ทำหน้าที่สำหรับการย่อยอาหารพิเศษของเขา เก็นยะได้รับพลังอสุรีชั่วครั้งชั่วคราว พลังของเขาสามารถขึ้นกับบนความแข็งแกร่งรวมทั้งปริมาณของอสุรีที่เก็นยะได้รับประทานเข้าไป เมื่อเก็นยะรับประทานองค์ประกอบของอสุรี เก็นยะยังอ่อนไหวกับข้อเสียของอสูร เขายังถือปืนซึ่งยิงกระสุนพิเศษที่ทำจากวัสดุเดียวกันกับนักล่าอสูรของกระบี่นิชิริน เก็นยะเป็นน้องชายของชินะซุกะวะ ซาเนมิ เสาหลักลมคนปัจจุบัน ผู้ที่ที่หลบหลีกเขาเสมอ ไม่รู้ว่าน้องชายของเก็นยะต้องการให้น้องชายของเก็นยะมีชีวิตปกติ เก็นยะได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะช่วยเหลือโคคุชิบุอีกรอบ คืนดีกับพี่ชายของเก็นยะก่อนจะจากไป

 

เหล่าเสาหลักนักล่าอสูร

เสาหลัก (ฮาชิระ)

โทมิโอะกะ กิยู

ประเทศญี่ปุ่น: 冨岡 義勇 โรมาจิ: Tomioka Giyū

ให้เสียงโดย: ประเทศญี่ปุ่น Takahiro Sakurai5 ไทย ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี (Dex , Line TV) ไทย สรวิศ ตงเท่ง (True ID) ไทย อภินันท์ ธีระนันทกุล (Movie)

เสาหลักวารีคนปัจจุบัน เขาคือนักล่าอสูรคนแรกที่ทันจิโร่ได้พานพบ ในตอนแรกกิยูพยายามจะฆ่าเนะซึโกะ แต่เมื่อได้เห็นเนะซึโกะปกป้องทันจิโร่ที่หมดสติ เขาจึงยั้งมือไว้รวมทั้งพาทั้งสองคนไปหาอุโระโคะดากิ โดยหวังว่าทันจิโร่จะสามารถบรรลุเพลงดาบปราณวารี และเจริญรอยตามเขาจนขึ้นมาเป็นเสาหลักแทนที่พร้อมกับหาทางรักษาเนะซึโกะได้ กิยูไม่คิดว่าตัวเองเป็นเสาหลักที่แท้จริงแม้ว่าจะสำเร็จเพลงดาบปราณวารี เพราะเขาเชื่อว่าคนที่สมควรจะเป็นเสาหลักมากกว่าเป็นซาบิโตะ เพื่อนฝูงร่วมรุ่นของเขาซึ่งยอมตายเพื่อช่วยเหลือเหล่านักล่าอสูรฝึกหัดระหว่างการสอบคัดเลือกนักล่าอสูร เขาได้คิดค้นกระบวนท่าใหม่ต่อยอดจากเพลงดาบปราณวารี ซึ่งมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้กระบวนท่านี้

ปลาทะเลน้ำลึก

ปลาทะเลน้ำลึก ฉลามชุดครุยกับปลาตะเกียง

ฉลามชุดครุย (อังกฤษ: Frilled shark; ประเทศญี่ปุ่น: ラブカ) เป็นฉลามชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างประหลาดมากคล้ายปลาไหล อาศัยอยู่ในน้ำลึก 1,968 – 3,280 ฟุต

มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chlamydoselachus anguineus ในอยู่ในวงศ์ Chlamydoselachidae เดิมเคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่มีรายงานพบในหลายพื้นที่ รวมทั้งในเขตน่านน้ำของประเทศญี่ปุ่น ทำให้ฉลามครุยกลายเป็น “ซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต” อีกชนิดหนึ่งของโลก ด้วยเหตุว่าเชื่อว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะเลยมาตั้งแต่สมัยครีเทเชียส จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ในเดือนมกราคม คริสต์ศักราช 2007 ฉลามประเภทนี้ได้สร้างความฮือฮากลายเป็นข่าวสารมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลก เมื่อชาวเรือคนประเทศญี่ปุ่นสามารถจับกุมอย่างที่ยังมีชีวิตได้ตัวหนึ่งในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งใกล้สวนน้ำอะวาชิมา ในเมืองชิซุโอะกะทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเมืองโตเกียว ซึ่งมั่นใจว่าปลาตัวนี้ลอยขึ้นมาเพราะว่าร่างกายอ่อนแอเพราะเหตุว่าความร้อนที่ขึ้นสูงของอุณหภูมิของน้ำ ซึ่งมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตายไป2

 

มั่นใจว่าฉลามจำพวกนี้ กระจายพันธุ์อยู่ในเขตน้ำลึกใกล้ประเทศนอร์เวย์, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, ประเทศชิลี แล้วก็ประเทศญี่ปุ่น มีรูปร่างเรียวยาวคลายปลาไหลหรืองูทะเล เป็นได้ว่าตำนานงูทะเลขนาดใหญ่ที่เป็นเรื่องกล่าวขานของนักเดินทางสำรวจทะเลในยุคสมัยก่อนอาจมีที่มาจากฉลามจำพวกนี้3 มีผิวสีน้ำตาลหรือเทาเข้ม มีซี่กรองเหงือก 6 คู่ สีแดงสด แล้วก็ฟูกางออกเหมือนซาลาแมนเดอร์บางชนิด ทำให้ดูแลเสมือนครุย ซึ่งมีไว้สำหรับดูดซับออกซิเจนโดยยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากว่าในทะเลลึกมีจำนวนออกซิเจนน้อยกว่าข้างบนถึงกว่าครึ่ง3 ปากกว้างเลยตำแหน่งของตา ด้านในปากมีฟันที่แตกเป็นดอกแหลมๆ3 แฉก ทำให้คาดคะเนว่าเป็นปลาที่ล่าปลาเล็กเป็นอาหารที่เก่งฉกาจชนิดหนึ่ง ความยาวเมื่อโตเต็มที่ราว 6.5 ฟุต

 

ปลาตะเกียง

ปลาตะเกียง (อังกฤษ: myctophids,กรีก: μυκτήρmyktḗr) เป็นปลาทะเลลึกเล็กมีจำนวน 246 ชนิดใน 33 สกุลและพบได้ในมหาสมุทรทั่วโลกพวกมันถูกตั้งชื่อตามความสามารถในการเรืองแสงของมัน จากการสุ่มตัวอย่างตรวจสอบปลาให้ทะเลลึกนั้นพบว่ามันมีจำนวนมากถึง 65% ของสายพันธุ์ปลาทะเลลึกทั้งหมด[2] หรือก็คือมันเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่กระจายพันธุ์นอยู่อย่างแพร่หลายและมีประชากรมากที่สุดและยังมีบทบาททางนิเวศวิทยาที่สำคัญอย่างมากในฐานะของเหยื่อของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เช่นหมึกกล้วยและเพนกวินราชาถึงแม้ว่ามันจะมีสายพันธุ์และจำนวนที่เยอะแต่กลับมีการทำประมงปลาชนิดนี้แค่ที่อ่าวโอมานและแอฟริกาใต้เท่านั้น

ปลาตะเกียงจะมีรูปร่างที่เรียวเล็กมีเกล็ดเล็กๆสีขาวปกคลุมหัวค่อนข้างกลมแล้วก็มีดวงตาทรงกลมขนาดใหญ่มีขากรรไกรขนาดเล็กที่ประกบติดกันได้ดีมีฟันชุดเล็กที่ขากรรไกรบนและล่าง มีครีบขนาดเล็กแต่บางชนิดก็มีครีบหลังที่ยาว พวกมันมีถุงลมที่เต็มไปด้วยไขมันเพื่อใช้ในสถานที่ๆมีแรงกดดันสูง

มันมีอวัยวะผลิตแสง (photophores) ซึ่งจะจัดเรียกต่างกันไปตามชนิดและเพศของพวกมันซึ่งเพศผู้จะอยู่อยู่เหนือห่างเพศเมียจะอยู่ใต้หางส่วนแบบตามชนิดก็จะมีแบบที่ใต้ท้อง, ด้านบนลำตัวหรือบนหัวบริเวณใกล้เคียงกับดวงตา ซึ่งอวัยวะผลิตแสงเหล่านี้จะผลิตแสงที่มีสีฟ้า, สีเขียวหรือสีเหลืองอ่อน2

 

ปลาตะเกียงส่วนใหญ่มักเป็นปลาขนาดเล็กราว 2 ถึง 30 ซม. (0.79 ถึง 11.81 นิ้ว) ซึ่งจำนวนมากพวกมันจะมีขนาดไม่เกินมี 15 เซนติเมตร (5.9 นิ้ว) ปลาตะเกียงที่อยู่น้ำตื้นจะมีสีผิวเป็นสีฟ้า, สีเขียวหรือสีน้ำเงิน แต่ว่าที่อยู่ในสมุทรลึกจะมีสีน้ำตาลจนกระทั่งสีดำและก็ปลาตะเกียงนั้นเป็นปลาที่มีประชาชนการเยอะแยะในสายพันธุ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง3

 

นิเวศวิทยา

โดยปกติแล้วช่วงตอนกลางวันพวกมันจะอยู่บริเวณน้ำลึกประมาณ 300 และ 1,500 เมตร (980 และ 4,920 ฟุต) แต่พอตกเย็นพวกมันจะขึ้นมาอยู่ที่บริเวณน้ำลึกระหว่าง 10 ถึง 100 เมตร (33 และ 328 ฟุต) เพื่อหลบหนีการไล่ล่าจากนักล่าอีกทั้งเพื่อมาหาของกิน ดังเช่น แพลงค์ตอน พอเริ่มเช้าพวกมันก็จะกลับลงไปที่ทะเลลึกเหมือนเดิม2

 

ความมากมายหลากหลายของรูปแบบการย้ายถิ่นเกิดขึ้นแค่กับบางชนิดเท่านั้นปลาตะเกียงที่อาศัยอยู่ลึกมากๆอาจไม่มีการโยกย้ายใดๆในขณะที่บางชนิดอาจทำเช่นนั้นเป็นระยะๆรูปแบบการย้ายนั้นอาจจะขึ้นกับช่วงอายุ, เพศและก็ฤดู

 

การเรียงตัวของอวัยวะเรืองแสง (photophores) นั้นจะแตกต่างกันตามชนิดซึ่งนั้นทำให้สื่อสารและหาคู่ผสมพันธุ์ได้ ทั้งยังพวกมันยังสามารถใช้แสงสว่างสำหรับในการหลอกตานักล่าได้ด้วยการควบคุมความสว่างของแสงสว่างนั้นให้กับสภาพแวดล้อมนั้นเอง

 

ปลาตะเกียงนั้นเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมากรวมทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญในห่วงโซ่อาหารซึ่งมันจะเป็นเหยือของวาฬ, ปลาโลมา, ปลาฉลาม, นกทะเลแล้วก็อื่นๆอีกมากมายโดยธรรมดาแล้วพวกมันรับประทานแพลงค์ตอนเป็นอาหารแต่จากการเล่าเรียนสำไส้ของพวกมันได้พบว่าพวกมันกินพลาสติกหรือขยะที่มนุษย์ทิ้งลงมาในทะเลอีกด้วย4

 

การสำรวจ

 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2ทหารได้มีการสำรวจทะเลลึกผ่านคลื่นโซนาร์จึงได้เจอกลุ่มของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ระดับความลึก 300-500 เมตรซึ่งนั้นก็คือฝูงของปลาตะเกียงซึ่งมาพวกมันกำลังจะมากินแพลงค์ตอนในเวลาเย็น5

 

จากการสำรวจชนิดและสายพันธุ์ปลาทะเลลึกพบว่าพวกมันนั้นเป็น 65% ของชนิดสายพันธุ์ปลาทะเลลึกทั้งหมดที่ค้นพบ2จึงทำให้กล่าวได้ว่ามันเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีการกระจายพันธุ์ได้แพร่หลายในสถานที่ต่างๆมากที่สุดซึ่งน้ำหนักโดยรวมของการประมงซึ่งสามารถจับปลาชนิดนี้ได้นั้นมีน้ำหนักมากถึง 550-660 ล้านเมตริกตัน

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

 

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน้ำผึ้งมีคุณลักษณะสำหรับในการต่อต้านแบคทีเรีย เพราะมีสารบางประเภทที่บางทีอาจสามารถฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียและเชื้อรา ทำให้แม้ระหว่างการผลิต น้ำผึ้งจะเจือปนด้วยเชื้อโรคจากตัวผึ้ง ต้นพืช และฝุ่น แต่คุณสมบัติในการต้านเชื้อโรคก็ทำให้มั่นใจได้ว่าสารอินทรีย์ส่วนใหญ่ที่เจือปนจะไม่อาจอยู่รอดหรือสืบพันธ์ุจนเพิ่มจำนวนขึ้นใหม่ได้

 

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าน้ำผึ้งอาจมีคุณประโยชน์ในด้านการให้สารอาหาร เร่งให้แผลสมานตัวเร็วขึ้้น ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและทำให้ผ้าพันแผลไม่ติดแน่นไปกับแผลหากทาลงบนผิวหนัง และฯลฯ คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากน้ำผึ้งที่เคยได้ยินมานั้นสามารถเชื่อถือได้มากมายน้อยแค่ไหน ฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการแพทย์ทางธรรมชาติ (Natural Medicines Comprehensive Database) ที่มีการแบ่งระดับความน่าเชื่อถือของการใช้การดูแลและรักษาทางเลือกจากธรรมชาติเป็น 7 ระดับ คือ เห็นผล (Effective) น่าจะได้ผล (Likely Effective) บางทีอาจเห็นผล (Possibly Effective) บางทีอาจไม่เป็นผล (Possibly Ineffective) น่าจะไม่ได้ผล (Likely Ineffective) ไม่ได้ผล (Ineffective) และยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการบ่งบอกคุณภาพ (Insufficient Evidence to Rate) ได้ระบุประสิทธิภาพในการใช้น้ำผึ้งรักษาโรคต่างๆไว้ดังนี้

 

การรักษาที่อาจได้ผล

 

แผลไหม้ มีการศึกษาพบว่าการทาน้ำผึ้งลงบนผิวหนังที่เกิดแผลไหม้นั้นอาจช่วยสำหรับการรักษาแผลได้ งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยหนึ่งที่ชี้ถึงคุณประโยชน์ข้อนี้ของน้ำผึ้งก็คือ การทดสอบประสิทธิภาพในการรักษาแผลไหม้ของผ้าพันแผลชุบน้ำผึ้งเปรียบเทียบกับยาซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน (Silver Sulfadiazene) ในคนไข้ที่มีแผลไหม้ระดับที่ 1 และระดับที่ 2 ตามร่างกายน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 108 ราย ผลปรากฏว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน ผ้าพันแผลจุ่มน้ำผึ้งช่วยให้แผลปลอดเชื้อได้มากกว่า เพิ่มการสมานของแผล อีกทั้งช่วยลดการเกิดรอยแผลนูนรวมทั้งรอยแผลที่เกิดขึ้นจากแผลไหม้ได้ดียิ่งไปกว่าการรักษาปกติ

 

จากการศึกษาโดยเก็บข้อมูลที่ได้รับมาจากงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยทั้งหลายที่สนับสนุนว่าน้ำผึ้งที่เก็บจากพื้นที่ต่างๆมีคุณภาพในการช่วยรักษาแผล ทั้งแผลไหม้ แผลที่ผิวหนัง แผลกระเพาะอาหาร แผลเรื้อรัง และแผลทั่วไป เพราะว่าคุณลักษณะสำหรับเพื่อการสมานแผล กระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และลดการก่อตัวของรอยแผล โดยบอกเหตุผลว่าน้ำผึ้งบางทีอาจสามารถช่วยลดระดับของสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ในเวลาเดียวกันก็เพิ่มไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งสารทั้ง 2 จำพวกต่างมีหน้าที่สำคัญในกระบวนรักษาแผล ต่อต้านการอักเสบ แล้วก็ทำลายเชื้อแบคทีเรีย

 

การดูแลรักษาแผล นอกจากประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการรักษาแผลไหม้ น้ำผึ้งยังอาจมีคุณประโยชน์ต่อการดูแลรักษาแผลอีกหลากหลายชนิด โดยการรวบรวมและวิเคราะห์งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยที่ศึกษาถึงประสิทธิภาพของการใช้น้ำผึ้งรักษาแผล มีข้อสรุปที่บอกว่าคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย ทำให้น้ำผึ้งสามารถช่วยรักษาแผลสดหรือแผลไหม้ระดับที่ 2 ชนิดตื้นได้อย่างเทียบเท่าหรือดีกว่าการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ งานศึกษาเรียนรู้วิจัยทางวิทยาศาสตร์ขนาดเล็กหลายงานที่มีการใช้น้ำผึ้งหรือผ้าพันแผลเปียกน้ำผึ้งทดสอบรักษาแผลประเภทต่างๆตัวอย่างเช่น แผลหลังการผ่าตัด แผลที่ขา แผลฝี แผลไหม้ แผลถลอกปอกเปิก แผลถูกบาด และแผลผิวหนังรอบๆที่มีการปลูกถ่ายของผิวหนัง ซึ่งดูอย่างกับว่าน้ำผึ้งบางครั้งก็อาจจะช่วยลดกลิ่นและหนองจากแผล ทำให้แผลสะอาด ลดการติดเชื้อ ลดลักษณะของการเจ็บ และทำให้แผลรักษาตัวได้เร็วยิ่งขึ้นได้ ทว่าก็มีบางรายงานที่โต้เถียงว่าการรักษาแผลด้วยน้ำผึ้งหลังจากที่ได้ใช้การดูแลและรักษาจำพวกอื่นก่อนหน้าไม่ได้เกิดผลการรักษาที่ดีเช่นกัน

 

โรคเบาหวาน งานค้นคว้าวิจัยบางงานชี้ว่าการรับประทานน้ำผึ้งทุกวันส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับคอเลสเตอรอล และน้ำหนักตัวของคนป่วยเบาหวานน้อยลงได้ ตัวอย่างเช่น การศึกษางานหนึ่งที่ใช้คนเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ทั้งหมด 48 คน แบ่งได้ 2 กลุ่ม เป็นกลุ่มกินน้ำผึ้งตรงเวลา 8 อาทิตย์ กับกลุ่มที่ไม่ได้กินน้ำผึ้ง ข้อสรุปว่าการบริโภคน้ำผึ้งตรงเวลา 8 อาทิตย์ ช่วยทำให้น้ำหนักและก็ระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลงได้ แต่ในขณะเดียวกันน้ำผึ้งก็ทำให้ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดสูงมากขึ้นเหมือนกัน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรบริโภคอย่างระมัดระวัง

 

อาการไอ การกินน้ำผึ้งปริมาณเล็กน้อยก่อนนอนอาจช่วยลดอาการไอในเด็กที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป โดยงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยตรวจสอบคุณภาพของการใช้น้ำผึ้งเปรียบเทียบกับการใช้ยาแก้ไอเดกซ์โทรมันข้นอร์แฟน (Dextromethorphan) รสน้ำผึ้ง แล้วก็การไม่ใช้การรักษาใดๆกับเด็กอายุ 2-18 ปี จำนวน 105 คน การทดลองแบ่งออกเป็น 2 วันต่อเนื่องกัน วันแรกคือเมื่อมีอาการแสดงซึ่งจะไม่มีการใช้ยาใดๆและวันที่ 2 ที่จะให้รับประทานน้ำผึ้งหรือยาแก้ไอรสน้ำผึ้งก่อนนอน ไหมให้รับประทานยาใดๆปรากฏว่าผู้ปกครองของเด็กให้คะแนนความพึงพอใจต่อการใช้น้ำผึ้งสูงสุดในการช่วยลดอาการไอตอนกลางคืนและอาการนอนไม่หลับที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

 

ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยดังที่กล่าวถึงแล้วสอดคล้องกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ทำการวิจัยกับเด็กอายุ 24-60 เดือน จำนวน 139 คน ที่มีอาการไอจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนเช่นเดียวกัน โดยให้แบ่งกลุ่มรับประทานน้ำผึ้ง ยาแก้ไอเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) ยาแก้ไอไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) รวมทั้งกลุ่มท้ายที่สุดรักษาตามอาการ ผลชี้ว่าการกินน้ำผึ้ง 2.5 มล.ก่อนนอนช่วยทุเลาอาการไอจากโรคติดเชื้อในระบบทางเท้าหายใจได้ดียิ่งไปกว่ายาแก้ไออีก 2 ประเภท

 

โดยสาเหตุที่น้ำผึ้งอาจช่วยบรรเทาอาการไอได้นั้น ผู้ชำนาญบางคนเชื่อว่าเป็นเพราะเหตุว่ารสหวานของน้ำผึ้งจะทำการกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำลาย ทำให้มีการหลั่งของมูกในทางเดินหายใจตามมาด้วย และก็ส่งผลให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นรวมทั้งบรรเทาอาการไอได้ในที่สุด