เสริมภูมิต้านทาน ด้วยผักผลไม้ 5 สี

เสริมภูมิต้านทาน ด้วยผักผลไม้ 5 สี

เสริมภูมิต้านทาน ด้วยผักผลไม้ 5 สี เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผักรวมทั้งผลไม้นั้นมีสาระจำนวนมากมากมาย เพราะเหตุว่าเป็นแหล่งของวิตามินแล้วก็ธาตุหลากหลายประเภทที่มีสาระต่อสภาพทางด้านร่างกาย และก็มีคุณลักษณะของการเป็นแหล่งใยอาหาร

ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลแล้วก็ไขมัน และก็ยังช่วยปรับให้ระบบการสรุป ระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างธรรมดาอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นผักรวมทั้งผลไม้บางประเภทยังมีสารพิเศษที่ช่วยปฏิบัติหน้าที่เหมือนยารักษาโรค

มีผักผลไม้อะไรบ้าง

  • ผักผลไม้สีเขียว
    ผักผลไม้ที่มีสีเขียวมีสารสำคัญหมายถึงคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll), ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) อื่นๆอีกมากมาย ประโยชน์ซึ่งมาจากผักผลไม้แต่ละจำพวกแตกต่างออกไป สำหรับสีเขียวจะช่วยลดการเสี่ยงโรคมะเร็ง ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีเส้นใยสูง ช่วยการถ่าย ยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ รวมทั้งกระตุ้นภูมิต้านทานภายในร่างกาย
    ในบรรดาผักผลไม้ 5 สี ผักผลไม้สีเขียวหาได้ง่ายที่สุด เช่น: กะหล่ำปลีสีเขียว, บลอคโคลี่, คะน้า, หน่อไม้ฝรั่ง, อะโวคาโด
  • ผักผลไม้สีแดง
    ผักผลไม้ที่มีสีแดงมีสารสำคัญหมายถึงไลโคปีน (Lycopene) เบตาไซซีน (Betacycin) และก็สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) คุณประโยชน์ของผักผลไม้สีแดงเป็นมีไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพดีช่วยยั้งเซลล์ของมะเร็ง ทำให้ลดการเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยยิ่งไปกว่านั้นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งปอด และก็โรคมะเร็งปากมดลูก ช่วยชะลอการเกิดโรคหัวใจเส้นโลหิต
    ผักผลไม้สีแดง: มะเขือเทศ, กระหล่ำหัวปลีแดง, พริกแดง, หอมแดง, บีทรูท, ลูกแอปเปิ้ลสีแดง, สตรอว์เบอร์รี่, เชอรี่, แครนเบอร์ปรี่,ฯลฯ
  • ผักผลไม้สีม่วงแล้วก็สีน้ำเงิน
    ผักผลไม้สีม่วงแล้วก็สีน้ำเงินมีสารสำคัญเป็นแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีการศึกษาค้นคว้าพบว่า แอนโทไซยานินมีสมรรถนะสำหรับการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้นยิ่งกว่าวิตามินซีและก็อีถึง 2 เท่า ช่วยป้องกันเส้นโลหิต กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และก็ลดการเสี่ยงสำหรับในการเป็นโรคหัวใจเส้นโลหิตได้ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งหลาย
    ผักผลไม้สีม่วงรวมทั้งสีน้ำเงิน: มะเขือม่วง, กะหล่ำปลีสีม่วง, มันสีม่วง, เผือก, บลูเบอร์ปรี่, กางล็กเบอร์ปรี่, องุ่นสีม่วง, ฯลฯ
  • ผักผลไม้สีเหลืองและก็สีส้ม
    สำหรับผักผลไม้ 5 สีกรุ๊ปที่มีสีเหลืองรวมทั้งสีส้มมีสารสำคัญเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งเป็นสารเริ่มของวิตามินเอ เบต้า-แคโรทีน (Beta-carotene) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และวิตามินซี (Vitamin C) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ช่วยปกป้องแล้วก็ลดการเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและก็เส้นเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ชะลอการเสื่อมของหน้าจอประสาทตา
    ผักผลไม้สีเหลืองรวมทั้งสีส้ม: แครอท, ฟักทอง, มัน, ข้าวโพด, มันฝรั่งหวาน, พริกสีเหลือง, ส้ม, เสาวรส, มะม่วง, แคนตาลูป, มะละกอ, สับปะรด ฯลฯ
  • ผักผลไม้สีขาว
    ผักผลไม้สีขาวมีสารสำคัญหมายถึงแซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต่อต้านอาการอักเสบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคความดันเลือดและก็โรคเส้นโลหิตหัวใจ ลดการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง แล้วก็ช่วยลดลักษณะของการปวดตามข้อ
    ผักผลไม้สีขาว: กล้วย, ลูกแพร์, น้อยหน่า, ลิ้นย่าง, มังคุด, งาขาว, ขิง, กระเทียม, ผักกาดขาว, หัวผักกาด, ดอกกะหล่ำ, ดอกแค, เห็ด, มันฝรั่ง ฯลฯ

ประโยชน์ของผัก ผักสด vs ผักสุก

ประโยชน์ของผัก ผักสด vs ผักสุก

ประโยชน์ของผัก ผักสด vs ผักสุก หากทานผักสดๆจากธรรมชาติ โดยไม่ผ่านการปรุง ไม่ผ่านความร้อน จะก่อให้ได้รับสารอาหารจากผักสูงที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีผักบางประเภทที่เมื่อผ่านการปรุงจะช่วยทำให้ได้คุณค่าทางอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งกว่า และได้รสชาติที่ดีกว่าแล้วกว่า

ผักแต่ละชนิด ผักสด vs ผักสุก

  • ผักโขม: ผักโขมดิบจะมีกรดออกซาลิกที่ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้งเหล็กของร่างกาย ส่วนผักโขมสุกนั้น มีกรดออกซาลิกลดน้อยลง 5-53% แล้วก็ยังมีโฟเลต และมีวิตามินบี ที่ดีต่อสภาพทางด้านร่างกายด้วย
  • หน่อไม้ฝรั่ง หรือแอสพารากัต: ถ้าหากปรุงสุกจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งราวๆ 16-25%
  • มะเขือเทศ: มะเขือเทศมีไลโคปีน ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
  • เห็ด: เห็ดที่ปรุงสุกจะมีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็ดสดบางจำพวกมีสารก่อโรคมะเร็งที่เรียกว่า agaritine ซึ่งการปรุงเห็ดให้ผ่านความร้อนน้อย จะช่วยลดความเป็นพิษนี้ได้
  • มันฝรั่ง: มันฝรั่งดิบมีแป้งมาก นำมาซึ่งก๊าซและอาการท้องอืด นอกจากนี้ยังยับยั้งการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญอีกด้วย จำเป็นที่จะต้องปรุงให้สุกก่อนทาน
  • แครอท: การปรุงแครอททั้งเปลือกจะเพิ่มพลังของสารต้านอนุมูลอิสระได้ถึงสามเท่า
  • เมล็ดพืช: ถั่วที่ผ่านการปรุงจะเป็นประโยชน์เยอะขึ้น อีกทั้งช่วยป้องกันระบบประสาทแล้วก็การเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย
  • กะหล่ำปลี: การทานกะหล่ำปลีดิบทำให้เกิดผลเสียกับต่อมไธรอยด์ ทำให้ผลิตฮอร์โมนได้ลดลง

การทานผักสด ยังคงมีคุณค่าสำหรับเพื่อการลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเส้นเลือด โรคมะเร็งแล้วก็โรคทางสายตา (ที่เกี่ยวเนื่องกับวัย) ซึ่งค่าในผักผลไม้ก็บางทีอาจต่ำลงจากการทำลายด้วยความร้อนแล้วก็วิธีการล้างการปรุงอาหาร รวมทั้งวิตามินที่ละลายในน้ำอย่างวิตามิน C วิตามิน B

นอกจากนั้น การทานผักสดยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับจิตใจ ลดอาการกลัดกลุ้มอีกด้วย มีผู้ที่กินอาหารจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุง จะมีสุขภาพทางจิตดีมากกว่าคนที่รับประทานอาหารแบบปรุงบ่อยๆ แล้วก็สำหรับผู้ที่ดูแลน้ำหนักตัว การกินผักสดต้องบดนาน ก็สามารถที่จะช่วยให้กินช้าลงด้วย

ผัก 4 จำพวกที่ชี้แนะให้ทานแบบสดเป็นบางครั้ง

  • พริกหวาน: ไม่ว่าจะเป็นพริกหวานสีแดง เขียว หรือเหลือง ควรจะทานสดบ้าง เพราะเหตุว่าพบว่า พริกหวานที่ปรุงสุกจะสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระไปถึง 75%
  • บรอคโคลี่: ถ้าเกิดทานใหม่ๆจะมีสารช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง
  • หัวหอม: หัวหอมสดมีฤทธิ์ต่อต้านเกล็ดเลือด ช่วยป้องการโรคหัวใจ
  • กระเทียม: กระเทียมสดมีกำมะถันสูง ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็งบางจำพวกได้

ไม่ว่าจะทานผักสดหรือผักสุก สิ่งจำเป็นพวกเราควรจะทำความเข้าใจลักษณะที่ไม่เหมือนกันของผักแต่ละจำพวก รวมทั้งทานให้หลากหลายรวมทั้งปรุงสุกรวมทั้งทานสด ผักมีประโยชน์มากลองไปปรับเปลี่ยนและปรุงเพื่อให้อร่อยขึ้นดูแล้วจะทานง่ายขึ้น

ผักเพื่อสุขภาพ กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ผักเพื่อสุขภาพ กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ผักเพื่อสุขภาพ กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด “ผัก” จัดอยู่ในอาหารหมู่ที่ 5 เป็นวิตามินรวมทั้งเกลือแร่ ซึ่งในขณะที่เป็นประโยชน์และก็จำเป็นจะต้องต่อสถาพทางร่างกาย โดยส่วนมากผักจะอุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี วิตามินซี โพแทสเซียม แมงกานีส สังกะสี ธาตุฟอสฟอรัสรวมทั้งอื่น ๆ ขึ้นกับประเภทของผัก มากินผักกันเถอะ ประโยชน์ที่กินได้ทุกวัน ราคาถูกและมีประโยชน์

กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ผักเพื่อสุขภาพ ควรรับประทานแบบสดไม่ควรนำไปปรุงอาหารเนื่องจากมีวิตามินซีสูง ได้แก่แครอท แตงร้าน รวมทั้งมะเขือเทศ โดยนอกเหนือจากที่จะมีวิตามินซีแล้ว ผักต่างๆกลุ่มนี้ยังมี วิตามินเอ วิตามินบี เหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส รวมทั้งเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยบำรุงรักษาสายตา และก็ช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส

แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่สารอาหารกลุ่มนี้ก็สามารถสลายไปพร้อมด้วยการทำอาหารได้ โดยเฉพาะวิตามินจะย่อยสลายเมื่อได้รับความร้อน ด้วยเหตุผลดังกล่าวแม้กินแบบใหม่ๆก็จะได้สารอาหารครบสมบูรณ์มากยิ่งกว่านำไปปรุงสุกนั่นเอง

  • มะเขือเทศ ผักเพื่อสุขภาพ
    เนื่องด้วยผักสดโดยมากชอบมีกลิ่นแรงและก็รสเฉพาะตัวของมันเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวขั้นตอนการกินผักสดให้อร่อยควรจะกินเป็นสลัด ซึ่งน้ำสลัดรวมทั้งผลไม้จำพวกอื่นๆที่เพิ่มเติมลงไปจะก่อให้ผักสดรสดียิ่งขึ้น หรืออีกแนวทางหนึ่งเป็นการนำผักแล้วก็ผลไม้มาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่ม เพิ่มเกลือบางส่วนเพื่อปรับรสแล้วต่อจากนั้นนำไปแช่เย็นเพื่อให้รู้สึกสดชื่น ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีทีเดียว
  • ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรจะทานแบบปรุงสุก
    ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรจะปรุงให้สุกก่อนกิน ส่วนมากจะมีสารส่วนตัวที่ถ้าเกิดกินสดจะส่งผลกระทบกับร่างกายมากยิ่งกว่าผลในทางที่ดี ดังเช่นว่าในกะหล่ำปลีสดจะมีสารกอยโตรเจน ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมสารไอโอดีนภายในร่างกาย ฉะนั้นถ้าหากกินมากเกินความจำเป็นก็จะมีผลต่อต่อมไทรอยด์และก็ทำให้เป็นโรคคอพอกได้ ซึ่งสารประเภทนี้นอกเหนือจากการที่จะมีกะหล่ำปลีแล้ว ยังสามารถเจอในบล็อคโคผผผลี่และก็ผักกาดขาว ซึ่งนิยมเอามากินใหม่ๆคู่กับน้ำพริกอีกด้วยแม้ว่าในทางการแพทย์จะเจาะจงไว้ว่าจำเป็นต้องกินในจำนวนมากถึงจะมีผลต่อร่างกายอย่างชัดเจน แม้กระนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาวก็ควรที่จะนำไปปรุงให้สุกก่อนหรือถ้าเกิดถูกใจกินแบบใหม่ๆก็ควรจะกินในจำนวนที่สมควรรวมทั้งกินผักประเภทอื่นร่วมด้วย
  • กะหล่ำปลี ผักเพื่อสุขภาพ
    ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยยังคงมีความเชื่อที่ว่าความร้อนจากวิธีการสำหรับการทำกับข้าวจะก่อให้สารอาหารของกินหรือวิตามินต่างๆในผักเพื่อสุขภาพสูญเสียไป ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าจำเป็นจะต้องปรุงผักให้สุกก่อนกิน ควรใช้ความร้อนต่ำที่สุดแล้วก็กินโดยทันทีเพื่อให้ได้ค่าของสารอาหารให้ได้มากที่สุด และควรใช้วิธีผัดหรือต้มแทนการลวกเหตุเพราะวิตามินที่ออกมาจะยังคงอยู่ในน้ำผัดหรือน้ำซุป ซึ่งถ้าเกิดเอามาราดข้าวหรือซดร้อนๆก็จะยังคงได้รับสารอาหารที่ค่อนข้างจะครบอยู่

ประโยชน์ของผลไม้ มะม่วงหาวมะนาวโห่

ประโยชน์ของผลไม้ มะม่วงหาวมะนาวโห่

ประโยชน์ของผลไม้ มะม่วงหาวมะนาวโห่จัดเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ปลูกง่าย โตเร็ว ให้ผลดก ผลจะมีสีแดงลูกเล็ก ๆ คล้ายกับมะเขือเทศราชินี สำหรับรสของผลสุกจะออกหวานนุ่มลิ้น แต่ว่าถ้าหากยังไม่สุกจะมีรสเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟัน ข้อดีของผลไม้มะม่วงหาวมะนาวโห่มีมากมาย มีธาตุเหล็กแล้วก็วิตามินซีสูง เมื่อกัดไปแล้วจะมียางเหนียว ๆ ฝาดคอแต่ประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

ประโยชน์ของผลไม้

เป็นผลไม้ที่ใครอีกหลายๆคนไม่ทราบคุณประโยชน์ก็ฟันทิ้งกันไปจำนวนมาก ก็เลยทำให้เดี๋ยวนี้ค่อนข้างจะหามากินได้ยาก เว้นแต่คนที่รู้ประโยชน์เท่านั้นที่เอามาปลูกไว้ สำหรับคนสมัยก่อนแล้วผลไม้จำพวกนี้จัดว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะเหตุว่าเป็นมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพรซึ่งมีคุณประโยชน์ที่นานาประการสำหรับการช่วยซ่อมบำรุงร่างกายและก็ช่วยรักษาโรคได้เกือบทุกประเภท สำหรับวิธีรับประทานก็เอามาล้างให้สะอาดแล้วกินกันสด ๆ ได้เลย

สรรพคุณ

  • มะม่วงหาวมะนาวโห่มีสารต้านทานอนุมูลอิสระ ก็เลยช่วยสำหรับเพื่อการชะลอวัยแล้วก็ริ้วรอย
  • ช่วยทำให้สุขภาพดี (แก่น)
  • แก้อาการหมดแรง เหน็ดเหนื่อย (แก่นไม้)
  • เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย (ผล)
  • ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ราก)
  • มีส่วนช่วยลดหุ่น (ผล)
  • ช่วยขยายเส้นโลหิตคุ้มครองการเกิดโรคหัวใจ (ผล)
  • มีส่วนช่วยปกป้องการเกิดโรคมะเร็ง (ผล)
  • ธาตุเหล็กในผลมีส่วนช่วยรักษาโรคโรคเบาหวาน (ผล)
  • มีส่วนช่วยรักษาโรคโลหิตจาง (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคปอด (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบยาสูบได้ดิบได้ดีมากมาย (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคไต (ผล)
  • ทุเลาลักษณะโรคตับ อย่างโรคตับแข็ง (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคโรคเกาต์ (ผล)
  • ช่วยรักษารวมทั้งทุเลาลักษณะของโรคต่อมไทรอยด์ (ผล)
  • ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคไหลตาย (ผล)
  • ในบังคลาเทศใช้ใบรักษาโรคลมชัก (ใบ)
  • มีส่วนช่วยทุเลาลักษณะโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มือเท้าชา (ผล)
  • ช่วยทำนุบำรุงกำลัง (แก่นไม้)
  • ช่วยทำนุบำรุงธาตุ (ราก, แก่น, แก่นไม้)
  • ช่วยบำรุงรักษาไขมันภายในร่างกาย (แก่น, แก่นไม้)
  • ช่วยแก้ไข้ รวมทั้งไข้มาลาเลีย (ราก, ใบ)
  • ช่วยดับพิษร้อน (ราก)
  • ช่วยทุเลาอาการโรคภูมิแพ้ (ผล)
  • ช่วยแก้และก็ทุเลาอาการไอ (ผล)
  • ช่วยขับเสลด (ผล)
  • มีส่วนช่วยทุเลาลักษณะของการปวดหัว ไมเกรน
  • แก้ลักษณะของการเจ็บคอ เจ็บในปาก (ใบ)
  • แก้ลักษณะของการปวดหู (ใบ)
  • ช่วยรักษาลักปิดลักเปิดหรือโรคเลือดออกตามไรฟัน รักษาแผลในโพรงปาก (ผล)
  • ช่วยทำนุบำรุงกระเพาะ (ราก)
  • แก้อาการท้องร่วง (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคบิด (ใบ)
  • ช่วยขับฉี่ (ผล)
  • ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ยอดอ่อน)
  • ช่วยขับพยาธิ (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคเท้าช้าง (น้ำยาง)
  • ช่วยฆ่าเชื้อโรค (ผล)
  • ผลสุกใช้เพื่อสำหรับการรักษาแผล (ผล, ยาง)
  • ใช้รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง (เปลือกต้น)
  • ช่วยแก้อาการคัน (ราก)
  • ในประเทศอินเดียใช้รากเพื่อรักษาแผลโรคเบาหวาน (ราก)
  • แก้ขี้กลากโรคเกลื้อน (เม็ด, น้ำยาง)
  • แก้อาการเนื้อหนังชาในโรคเรื้อน (เม็ด)
  • ช่วยรักษาแผลเนื้องอก (น้ำยาง)
  • ช่วยรักษาหูด (น้ำยาง)
  • ช่วยทำลายตาปลารวมทั้งช่วยกัดทำลายพื้นที่ด้านเป็นปุ่มโต (น้ำยาง)
  • ใช้พอกดับพิษ (ผล)
  • ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดเมื่อยล้าตามข้อ (ผล)

ประโยชน์ของขิง ที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ มีดังนี้

ประโยชน์ของขิง ที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ มีดังนี้

ประโยชน์ของขิง ขิงทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ ต้นขิงเป็นไม้ล้มลุก สามารถเติบโตได้ในประเทศเขตร้อน อย่างเมืองไทย สามารถขยายพันธุ์โดยทางการแตกหน่อขิงเป็นพืชแบบเดียวกับ ข่า ขมิ้น มีรสเผ็ดรวมทั้งกลิ่นหอมแต่ยิ่งแก่จะมีรสเผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น สามารถนำมาใช้กินได้และมีผลดีด้านการบำรุงร่างกายอย่างมากรักษาโรคได้มากมายสามารถใช้ส่วนของทั้งต้น เหง้า ดอก ราก ใบ ผลและแก่น

ลักษณะทั่วไปของขิง

หัวหรือเหง้าลักษณะซึ่งคล้ายมืออยู่ใต้ดินเปลือกของเหง้าขิงมีสีเหลืองอ่อนลำต้นออกเป็นกอ ความสูงโดยประมาณ 100 ซม. ลักษณะกลมตั้งชันอวบน้ำมีสีเขียว ใบเป็นกาบ ห่อหุ้มทับกันเป็นใบผู้เดียวออกสลับเรียงกันเสมือนใบไผ่ลักษณะปลายใบจะเรียวแหลม ดอกออกเป็นพุ่มไม้ดอกแหลมมีสีขาว สำหรับต้นขิงจะมีประโยชน์ยังไงมาดูกัน

  • เหง้าหรือหัวตำราเรียนสมุนไพรไทยบอกไว้ว่ามีฤทธิ์อุ่น คุณประโยชน์ช่วยขับเหงื่อ แก้อาการท้องอืด ท้องอืด ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับเยี่ยว บำรุงธาตุ ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ฆ่าพยาธิ แก้บิด แก้อ้วก รักษาหวัด ช่วยลดไข้ ขับลมในกระเพาะ แก้ปวดระดู รักษาแผล แก้ปวดฟัน ลดไขมันในเส้นโลหิต บำรุงเลือด ลดกรดในกระเพาะ เอามารับประทานสด เอามาตากแห้งรวมทั้งบดเป็นผุยผงหรือเอามาต้นน้ำดื่ม
  • ต้นมีรสเผ็ดร้อนคุณประโยชน์ช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ท้องเสีย
  • ใบมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์แก้บวมช้ำ รักษานิ่ว ช่วยขับเยี่ยว ช่วยฆ่าพยาธิ
  • ดอกมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ช่วยขับฉี่ รักษาโรคเยี่ยวขัด
  • รากมีรสหวานเผ็ดร้อนขม คุณประโยชน์ช่วยเจริญอาหาร ขับเสลด
  • ผลมีรสหวานเผ็ด คุณประโยชน์สำหรับสตรีข้างหลังคลอด บำรุงนม ช่วยลดไข้ แก้เจ็บคอ ลดอาการอักเสบ แก้ตาฝ้า เป็นยาอายุวัฒนะ
  • แก่นเอามาฝนเป็นผุยผงแก้อาการคัน

เมนูง่าย ๆ ส่วนประกอบสำหรับทำน้ำขิง

  • ขิงแก่ 3 หัว ซอกซอยเป็นแผ่นๆ
  • น้ำตาล 1 กิโล
  • น้ำดื่ม 5 ลิตร

เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ใส่ขิงลงไปต้ม ราว 15 นาที ด้วยไฟอ่อนๆให้รสรวมทั้งความหอมของขิงเบาๆออกมาแล้วหลังจากนั้นให้ปิดไฟ รวมทั้งเพิ่มเติมน้ำตาลลงไปผสม ทิ้งให้น้ำตาลละลาย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำขิงร้อนๆช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น แก้หวัด ขิงสำหรับเอามาทำน้ำขิงต้องเลือกหัวแก่จะให้มีความหอม การต้มน้ำขิงให้ต้มน้ำก่อนใส่ขิงลงไปต้ม

ต้มจนได้กลิ่นของขิงและก็หอมรสขิง น้ำตาลสำหรับเอามาทำน้ำขิงใช้น้ำตาลธรรมชาติ ให้รสความที่พอดีกลมกล่อมละมุนเยอะขึ้นนิยมดื่มแบบร้อน ๆ น้ำขิงเย็นๆไม่เหมาะสมสำหรับกินเพราะถ้าเกิดทิ้งให้เย็นความเผ็ดจะออกมามากรวมทั้งรสไม่อร่อย ทานคู่กับอาหารหวานหลายชนิดอาทิเช่น ขนมบัวลอยน้ำขิงหรือเต้าคว้าน้ำขิง ในการทำน้ำขิงนิยมใช้ขิงแก่เพราะให้ความเผ็ดร้อนและมีประโยชน์ทางยามากกว่าขิงอ่อน ไม่เหมาะสมกับคนที่มีความร้อนในร่างกายอยู่แล้ว ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากกว่าธรรมดาควรจะกินให้รอบคอบเป็นพิเศษ

ประโยชน์ของกระชาย มีดังนี้

ประโยชน์ของกระชาย ระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง ซึ่งทั้ง 3 จำพวกนี้จะถูกพบโดยทั่วไป สามารถเอามาปรุงเป็นอาหารได้มากมาย โดยส่วนที่นิยมประยุกต์ใช้ปรุงอาหารกันเยอะที่สุดเป็น ราก ซึ่งรากกระชายนี้จะมีกลิ่นหอมสดชื่น สามารถใช้เป็นผักจิ้มได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมาทำเครื่องแกงเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นคาวของจำพวกปลาได้เป็นอย่างดีรูปแบบของกระชายเหลืองประโยชน์ของผัก ลักษณะของกระชาย

  • ต้น มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน จัดเป็นไม้ล้มลุกมี แตกหน่อได้ มีรากเจ้าเนื้อ เป็นทรงกระบอกหรือทรงไข่ออกจะยาว ปลายเรียว มีความยาวโดยประมาณ 4-10 ซม. กว้างโดยประมาณ 1-2 ซม. ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลือง มีกลิ่นหอม
  • ใบ ใบเรียงสลับ ลักษณะเป็นรูปรี โคนใบมนหรือแหลม ส่วนปลายใบเรียวแหลม มีขอบเรียบ เส้นกึ่งกลางใบ ด้านใบ และก็กาบใบด้านบนจะเป็นร่อง ข้างล่างจะนูนเป็นสัน ด้านใบเรียบ ส่วนกาบใบเป็นสีชมพู ระหว่างก้านใบรวมทั้งกาบใบจะมีลิ้นใบ
  • ดอก มีดอกเป็นช่อ โดยจะออกที่ยอด มีความยาวโดยประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกจะมีใบเสริมแต่ง 2 ใบ มีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน โคนชิดกันเป็นหลอด ปลายจะแยกเป็น 3 แฉก มีเกสรตัวผู้อยู่ 6 อัน โดยเฉพาะตรงกระเปาะแล้วก็ปลายกลีบ จะมีเกสรตัวผู้ที่บริบูรณ์อยู่ 1 อัน ก้านยกอับเรณูหุ้มห่อก้านเกสรตัวเมีย

คุณ  ประโยชน์ของกระชาย มีอะไรบ้าง

ชื่อในแวดวงแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” การดื่มน้ำกระชาย เข้าไปแล้ว ในกระเพาะพวกเรามีน้ำ มีไขมันและก็จุอินทรีย์สองกรุ๊ปจะแยกกันปฏิบัติภารกิจของมันเอง ตัวจุลชีวันในกระเพาะจะมีผลให้กำเนิดแอลกอฮอล์ขึ้นมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่สกัดตัวยากลุ่มที่ละลายน้ำออกมาจากกระชายได้เอง ส่วนกรุ๊ปที่ละลายในไขมันก็ดำเนินการ เนื่องจากกระชายกับโสมมีความคล้ายกันหลายสิ่งหลายอย่าง เช่นคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการชูกำลังและก็เสริมความสามารถทางเพศ ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของสมุนไพรทั้งสองแบบ อีกทั้งกระชายและก็โสมต่างก็เป็นพืชที่มีส่วนสะสมของกินที่ใช้เป็นยาอยู่ใต้ดินเช่นกัน แถมยังสามารถเรืองแสงในที่มืดได้ 

คุณประโยชน์ของกระชาย

  • กระชายมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
  • ช่วยบำรุงรักษาธาตุภายในร่างกาย (ใบ)
  • กระชายเหลืองมีคุณประโยชน์ช่วยแก้ลมเวียนหัว แน่นหน้าอก
  • ช่วยบำรุงรักษากำลัง เสริมสมรรถนะทางเพศ บรรเทาโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) (เหง้าใต้ดิน)
  • ช่วยบำรุงรักษาหัวใจ ด้วยการใช้เหง้าและก็รากของกระชายเอามาปอก ล้างน้ำให้สะอาด เอามาหั่นตากแห้งแล้วบดจนกระทั่งเป็นผุยผง รวมทั้งให้ใช้ผงแห้งที่ตระเตรียมไว้โดยประมาณ 1 ช้อนชา เอามาชงกับน้ำร้อนครึ่งถ้วยชา แล้วกินเพียงแต่ครั้งเดียว (เหง้า, ราก)
  • ช่วยทำนุบำรุงกระดูก ช่วยให้กระดูกไม่บอบบาง
  • ช่วยทำให้ปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆภายในร่างกาย
  • ช่วยบำรุงรักษากำหนัด แก้อาการกามตายด้าน (เหง้าใต้ดิน)
  • ช่วยบำรุงรักษาสมอง เนื่องจากว่าช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองศูนย์กลางได้ดิบได้ดีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ
  • ช่วยทำให้ปรับสมดุลของความดันเลือดภายในร่างกาย ช่วยลดระดับความดันเลือดเมื่อความดันเลือดสูง แม้กระนั้นเมื่อความดันเลือดต่ำก็จะช่วยทำให้ปรับความดันมากขึ้นจนถึงปกติ

    ผักทานทุกวัน ดีต่อร่างกายอย่างไร

ประโยชน์ของขิง มีดังนี้

ประโยชน์ของขิง ขิงทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ ต้นขิงเป็นไม้ล้มลุก สามารถเติบโตได้ในประเทศเขตร้อน อย่างเมืองไทย สามารถขยายพันธุ์โดยทางการแตกหน่อขิงเป็นพืชแบบเดียวกับ ข่า ขมิ้น มีรสเผ็ดรวมทั้งกลิ่นหอมแต่ยิ่งแก่จะมีรสเผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น สามารถนำมาใช้กินได้และมีผลดีด้านการบำรุงร่างกายอย่างมากรักษาโรคได้มากมายสามารถใช้ส่วนของทั้งต้น เหง้า ดอก ราก ใบ ผลและแก่น 

ประโยชน์ของขิง ลักษณะทั่วไปของขิง

หัวหรือเหง้าลักษณะซึ่งคล้ายมืออยู่ใต้ดินเปลือกของเหง้าขิงมีสีเหลืองอ่อนลำต้นออกเป็นกอ ความสูงโดยประมาณ 100 ซม. ลักษณะกลมตั้งชันอวบน้ำมีสีเขียว ใบเป็นกาบ ห่อหุ้มทับกันเป็นใบผู้เดียวออกสลับเรียงกันเสมือนใบไผ่ลักษณะปลายใบจะเรียวแหลม ดอกออกเป็นพุ่มไม้ดอกแหลมมีสีขาว สำหรับต้นขิงจะมีประโยชน์ยังไงมาดูกัน

  • เหง้าหรือหัวตำราเรียนสมุนไพรไทยบอกไว้ว่ามีฤทธิ์อุ่น คุณประโยชน์ช่วยขับเหงื่อ แก้อาการท้องอืด ท้องอืด ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับเยี่ยว บำรุงธาตุ ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ฆ่าพยาธิ แก้บิด แก้อ้วก รักษาหวัด ช่วยลดไข้ ขับลมในกระเพาะ แก้ปวดระดู รักษาแผล แก้ปวดฟัน ลดไขมันในเส้นโลหิต บำรุงเลือด ลดกรดในกระเพาะ เอามารับประทานสด เอามาตากแห้งรวมทั้งบดเป็นผุยผงหรือเอามาต้นน้ำดื่ม
  • ต้นมีรสเผ็ดร้อนคุณประโยชน์ช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ท้องเสีย
  • ใบมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์แก้บวมช้ำ รักษานิ่ว ช่วยขับเยี่ยว ช่วยฆ่าพยาธิ
  • ดอกมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ช่วยขับฉี่ รักษาโรคเยี่ยวขัด
  • รากมีรสหวานเผ็ดร้อนขม คุณประโยชน์ช่วยเจริญอาหาร ขับเสลด
  • ผลมีรสหวานเผ็ด คุณประโยชน์สำหรับสตรีข้างหลังคลอด บำรุงนม ช่วยลดไข้ แก้เจ็บคอ ลดอาการอักเสบ แก้ตาฝ้า เป็นยาอายุวัฒนะ
  • แก่นเอามาฝนเป็นผุยผงแก้อาการคัน

เมนูง่าย ๆ ประโยชน์ของขิง ส่วนประกอบสำหรับทำน้ำขิง

  • ขิงแก่ 3 หัว ซอกซอยเป็นแผ่นๆ
  • น้ำตาล 1 กิโล
  • น้ำดื่ม 5 ลิตร

เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ใส่ขิงลงไปต้ม ราว 15 นาที ด้วยไฟอ่อนๆให้รสรวมทั้งความหอมของขิงเบาๆออกมาแล้วหลังจากนั้นให้ปิดไฟ รวมทั้งเพิ่มเติมน้ำตาลลงไปผสม ทิ้งให้น้ำตาลละลาย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำขิงร้อนๆช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น แก้หวัด ขิงสำหรับเอามาทำน้ำขิงต้องเลือกหัวแก่จะให้มีความหอม การต้มน้ำขิงให้ต้มน้ำก่อนใส่ขิงลงไปต้ม ต้มจนได้กลิ่นของขิงและก็หอมรสขิง น้ำตาลสำหรับเอามาทำน้ำขิงใช้น้ำตาลธรรมชาติ ให้รสความที่พอดีกลมกล่อมละมุนเยอะขึ้นนิยมดื่มแบบร้อน ๆ น้ำขิงเย็นๆไม่เหมาะสมสำหรับกินเพราะถ้าเกิดทิ้งให้เย็นความเผ็ดจะออกมามากรวมทั้งรสไม่อร่อย ทานคู่กับอาหารหวานหลายชนิดอาทิเช่น ขนมบัวลอยน้ำขิงหรือเต้าคว้าน้ำขิง ในการทำน้ำขิงนิยมใช้ขิงแก่เพราะให้ความเผ็ดร้อนและมีประโยชน์ทางยามากกว่าขิงอ่อน ไม่เหมาะสมกับคนที่มีความร้อนในร่างกายอยู่แล้ว ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากกว่าธรรมดาควรจะกินให้รอบคอบเป็นพิเศษ

สมุนไพรไทยกระทือ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง