เสริมภูมิต้านทาน ด้วยผักผลไม้ 5 สี

เสริมภูมิต้านทาน ด้วยผักผลไม้ 5 สี

เสริมภูมิต้านทาน ด้วยผักผลไม้ 5 สี เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผักรวมทั้งผลไม้นั้นมีสาระจำนวนมากมากมาย เพราะเหตุว่าเป็นแหล่งของวิตามินแล้วก็ธาตุหลากหลายประเภทที่มีสาระต่อสภาพทางด้านร่างกาย และก็มีคุณลักษณะของการเป็นแหล่งใยอาหาร

ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลแล้วก็ไขมัน และก็ยังช่วยปรับให้ระบบการสรุป ระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างธรรมดาอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นผักรวมทั้งผลไม้บางประเภทยังมีสารพิเศษที่ช่วยปฏิบัติหน้าที่เหมือนยารักษาโรค

มีผักผลไม้อะไรบ้าง

  • ผักผลไม้สีเขียว
    ผักผลไม้ที่มีสีเขียวมีสารสำคัญหมายถึงคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll), ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) อื่นๆอีกมากมาย ประโยชน์ซึ่งมาจากผักผลไม้แต่ละจำพวกแตกต่างออกไป สำหรับสีเขียวจะช่วยลดการเสี่ยงโรคมะเร็ง ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีเส้นใยสูง ช่วยการถ่าย ยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ รวมทั้งกระตุ้นภูมิต้านทานภายในร่างกาย
    ในบรรดาผักผลไม้ 5 สี ผักผลไม้สีเขียวหาได้ง่ายที่สุด เช่น: กะหล่ำปลีสีเขียว, บลอคโคลี่, คะน้า, หน่อไม้ฝรั่ง, อะโวคาโด
  • ผักผลไม้สีแดง
    ผักผลไม้ที่มีสีแดงมีสารสำคัญหมายถึงไลโคปีน (Lycopene) เบตาไซซีน (Betacycin) และก็สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) คุณประโยชน์ของผักผลไม้สีแดงเป็นมีไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพดีช่วยยั้งเซลล์ของมะเร็ง ทำให้ลดการเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยยิ่งไปกว่านั้นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งปอด และก็โรคมะเร็งปากมดลูก ช่วยชะลอการเกิดโรคหัวใจเส้นโลหิต
    ผักผลไม้สีแดง: มะเขือเทศ, กระหล่ำหัวปลีแดง, พริกแดง, หอมแดง, บีทรูท, ลูกแอปเปิ้ลสีแดง, สตรอว์เบอร์รี่, เชอรี่, แครนเบอร์ปรี่,ฯลฯ
  • ผักผลไม้สีม่วงแล้วก็สีน้ำเงิน
    ผักผลไม้สีม่วงแล้วก็สีน้ำเงินมีสารสำคัญเป็นแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีการศึกษาค้นคว้าพบว่า แอนโทไซยานินมีสมรรถนะสำหรับการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงขึ้นยิ่งกว่าวิตามินซีและก็อีถึง 2 เท่า ช่วยป้องกันเส้นโลหิต กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และก็ลดการเสี่ยงสำหรับในการเป็นโรคหัวใจเส้นโลหิตได้ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็งหลาย
    ผักผลไม้สีม่วงรวมทั้งสีน้ำเงิน: มะเขือม่วง, กะหล่ำปลีสีม่วง, มันสีม่วง, เผือก, บลูเบอร์ปรี่, กางล็กเบอร์ปรี่, องุ่นสีม่วง, ฯลฯ
  • ผักผลไม้สีเหลืองและก็สีส้ม
    สำหรับผักผลไม้ 5 สีกรุ๊ปที่มีสีเหลืองรวมทั้งสีส้มมีสารสำคัญเป็นแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งเป็นสารเริ่มของวิตามินเอ เบต้า-แคโรทีน (Beta-carotene) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และวิตามินซี (Vitamin C) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ช่วยปกป้องแล้วก็ลดการเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและก็เส้นเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ชะลอการเสื่อมของหน้าจอประสาทตา
    ผักผลไม้สีเหลืองรวมทั้งสีส้ม: แครอท, ฟักทอง, มัน, ข้าวโพด, มันฝรั่งหวาน, พริกสีเหลือง, ส้ม, เสาวรส, มะม่วง, แคนตาลูป, มะละกอ, สับปะรด ฯลฯ
  • ผักผลไม้สีขาว
    ผักผลไม้สีขาวมีสารสำคัญหมายถึงแซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต่อต้านอาการอักเสบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคความดันเลือดและก็โรคเส้นโลหิตหัวใจ ลดการแบ่งตัวของเซลล์ของโรคมะเร็ง แล้วก็ช่วยลดลักษณะของการปวดตามข้อ
    ผักผลไม้สีขาว: กล้วย, ลูกแพร์, น้อยหน่า, ลิ้นย่าง, มังคุด, งาขาว, ขิง, กระเทียม, ผักกาดขาว, หัวผักกาด, ดอกกะหล่ำ, ดอกแค, เห็ด, มันฝรั่ง ฯลฯ

ประโยชน์ของผัก ผักสด vs ผักสุก

ประโยชน์ของผัก ผักสด vs ผักสุก

ประโยชน์ของผัก ผักสด vs ผักสุก หากทานผักสดๆจากธรรมชาติ โดยไม่ผ่านการปรุง ไม่ผ่านความร้อน จะก่อให้ได้รับสารอาหารจากผักสูงที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีผักบางประเภทที่เมื่อผ่านการปรุงจะช่วยทำให้ได้คุณค่าทางอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งกว่า และได้รสชาติที่ดีกว่าแล้วกว่า

ผักแต่ละชนิด ผักสด vs ผักสุก

  • ผักโขม: ผักโขมดิบจะมีกรดออกซาลิกที่ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมรวมทั้งเหล็กของร่างกาย ส่วนผักโขมสุกนั้น มีกรดออกซาลิกลดน้อยลง 5-53% แล้วก็ยังมีโฟเลต และมีวิตามินบี ที่ดีต่อสภาพทางด้านร่างกายด้วย
  • หน่อไม้ฝรั่ง หรือแอสพารากัต: ถ้าหากปรุงสุกจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งราวๆ 16-25%
  • มะเขือเทศ: มะเขือเทศมีไลโคปีน ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
  • เห็ด: เห็ดที่ปรุงสุกจะมีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็ดสดบางจำพวกมีสารก่อโรคมะเร็งที่เรียกว่า agaritine ซึ่งการปรุงเห็ดให้ผ่านความร้อนน้อย จะช่วยลดความเป็นพิษนี้ได้
  • มันฝรั่ง: มันฝรั่งดิบมีแป้งมาก นำมาซึ่งก๊าซและอาการท้องอืด นอกจากนี้ยังยับยั้งการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญอีกด้วย จำเป็นที่จะต้องปรุงให้สุกก่อนทาน
  • แครอท: การปรุงแครอททั้งเปลือกจะเพิ่มพลังของสารต้านอนุมูลอิสระได้ถึงสามเท่า
  • เมล็ดพืช: ถั่วที่ผ่านการปรุงจะเป็นประโยชน์เยอะขึ้น อีกทั้งช่วยป้องกันระบบประสาทแล้วก็การเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย
  • กะหล่ำปลี: การทานกะหล่ำปลีดิบทำให้เกิดผลเสียกับต่อมไธรอยด์ ทำให้ผลิตฮอร์โมนได้ลดลง

การทานผักสด ยังคงมีคุณค่าสำหรับเพื่อการลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเส้นเลือด โรคมะเร็งแล้วก็โรคทางสายตา (ที่เกี่ยวเนื่องกับวัย) ซึ่งค่าในผักผลไม้ก็บางทีอาจต่ำลงจากการทำลายด้วยความร้อนแล้วก็วิธีการล้างการปรุงอาหาร รวมทั้งวิตามินที่ละลายในน้ำอย่างวิตามิน C วิตามิน B

นอกจากนั้น การทานผักสดยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับจิตใจ ลดอาการกลัดกลุ้มอีกด้วย มีผู้ที่กินอาหารจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุง จะมีสุขภาพทางจิตดีมากกว่าคนที่รับประทานอาหารแบบปรุงบ่อยๆ แล้วก็สำหรับผู้ที่ดูแลน้ำหนักตัว การกินผักสดต้องบดนาน ก็สามารถที่จะช่วยให้กินช้าลงด้วย

ผัก 4 จำพวกที่ชี้แนะให้ทานแบบสดเป็นบางครั้ง

  • พริกหวาน: ไม่ว่าจะเป็นพริกหวานสีแดง เขียว หรือเหลือง ควรจะทานสดบ้าง เพราะเหตุว่าพบว่า พริกหวานที่ปรุงสุกจะสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระไปถึง 75%
  • บรอคโคลี่: ถ้าเกิดทานใหม่ๆจะมีสารช่วยต่อต้านโรคมะเร็ง
  • หัวหอม: หัวหอมสดมีฤทธิ์ต่อต้านเกล็ดเลือด ช่วยป้องการโรคหัวใจ
  • กระเทียม: กระเทียมสดมีกำมะถันสูง ช่วยคุ้มครองโรคมะเร็งบางจำพวกได้

ไม่ว่าจะทานผักสดหรือผักสุก สิ่งจำเป็นพวกเราควรจะทำความเข้าใจลักษณะที่ไม่เหมือนกันของผักแต่ละจำพวก รวมทั้งทานให้หลากหลายรวมทั้งปรุงสุกรวมทั้งทานสด ผักมีประโยชน์มากลองไปปรับเปลี่ยนและปรุงเพื่อให้อร่อยขึ้นดูแล้วจะทานง่ายขึ้น

ผลไม้วิตามินซีสูง สร้างภูมิต้านทาน

ผลไม้วิตามินซีสูง สร้างภูมิต้านทาน

ผลไม้วิตามินซีสูง วิตามินซีทำให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นแล้ววิตามินซียังมีคุณลักษณะหลายชนิดที่ต้องต่อสภาพทางด้านร่างกายของพวกเรา รวมทั้งการได้รับวิตามินซีไปสู่ร่างกายเองก็มีหลายต้นแบบในตอนนี้ วิตามินซีสามารถหาได้ง่ายจากธรรมชาติใกล้ตัวเราด้วยผักแล้วก็ผลไม้ การกินผักแล้วก็ผลไม้ในจำนวนที่พอเหมาะพอควรก็จะ ทำให้ร่างกายนั้นได้รับวิตามินซีตามความมของร่างกายได้สมควร

มีผลไม้อะไรบ้าง ที่สร้างภูมิต้านทาน

  • มะขามป้อม
    ในมะขามป้อมสด 100 กรัม มีวิตามินซีมากถึง 276 มก. หรือถ้าหากเทียบกับน้ำส้มที่ว่ามีวิตาซีมาก ถ้าหากนำผลมะขามป้อมไปคั้นน้ำก็ยังมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มคั้นถึง 20 เท่า มะขามป้อมเลยมีฤทธิ์แก้หวัดได้ชะงัด แถมยังช่วยละลายเสลด แก้ไอได้อย่างดี
  • มะขามเทศ
    มะขามเทศมีวิตามินอี ซึ่งธรรมดาแล้ววิตามินอีมักไม่ค่อยเจอในผลไม้ มะขามเทศมีอีกทั้งวิตามินซีรวมทั้งอีมาผสานกัน ก็จะผนึกกำลังกันช่วยปกป้องการอุดตันของเส้นโลหิต ลดการเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ
  • ฝรั่ง
    โดยในเนื้อฝรั่งสด 100 กรัม (โดยประมาณ 1 ผลกึ่งกลาง) จะมีวิตามินซีสูงถึง 160 มก. ซึ่งพอต่อความต้องการของร่างกายใน 24 ชั่วโมง โดยวิตามินซีอยู่ที่เปลือก และก็ควรจะรับประทานฝรั่งที่กำลังสุก เพราะว่าวิตามินซีที่ผิวรวมทั้งเนื้อของฝรั่งจะต่ำลงเมื่อผลสุก
  • กีวี่
    โดยกีวี่ 100 กรัมจะให้วิตามินซีราวๆ 105 มก. หรือถ้าเกิดเป็นกีวี 2 ผล ก็จะให้วิตามินซีราวๆ 137 มก. แถมยังมีกากใยที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม ทองแดง แล้วก็โฟเลต
  • ลิ้นย่าง
    ผลไม้ชุ่มฉ่ำน้ำรสเปรี้ยวอมหวานประเภทนี้ให้วิตามินซีถึง 71 มก. ต่อ 100 กรัม มีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาเส้นโลหิต คุ้ปกป้องโรคกระดูกรวมทั้งฟัน แก้ไอเรื้อรัง แก้คัดจมูกได้ แต่อย่าทานมากจนเกินความจำเป็น เนื่องจากในเนื้อลิ้นย่างมีสารประกอบประเภทหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการร้อนใน
    มะละกอสุก
    เนื้อมะละกอสุก 100 กรัม มีวิตามินซีประมาณ70 มก. ก็เลยช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด โรคเลือดออกตามไรฟันได้ นอกเหนือจากนั้น มะละกอยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆช่วยป้องกันท้องผูกได้ชะงัด
  • สตอเบอร์รี่
    ผลไม้สีแดงรสเปรี้ยวอมหวานจำพวกนี้ เพียงแต่รับประทานเพียงแค่ 100 กรัม จะได้รับวิตามินซีถึง 66 มก. รวมทั้งสีแดงสดของสตรอคอยว์เบอร์รีอุดมไปด้วยซูเปอร์เส้นใยเพคติน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ทั้งยังช่วยสุขภาพเหงือกรวมทั้งฟัน ขจัดกลิ่นปาก ขัดฟันให้ขาว
  • เงาะ
    เงาะ 100 กรัม จะให้วิตามินซีโดยประมาณ 53 มก. ซึ่งคุณประโยชน์ของเงาะก็ยอดเยี่ยมไม่น้อย ช่วยรักษาอาการอักเสบในโพรงปากได้ แก้อาการท้องเสียประเภทร้ายแรงได้ เงาะมีสารแทนนินสูงจึงไม่ควรรับประทานมากเกินไปบางทีอาจเกิดอาการเจ็บท้อง อาการท้องอืด ท้องผูกได้
  • ส้มโอ
    ให้วิตามินซีโดยประมาณ 44 มก. ต่อ 100 กรัม รับประทานแล้วช่วยคุ้มครองเลือดออกตามไรฟัน แก้หวัด แก้ไอ ขับเสลด แก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ ลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง
  • พุทรา
    จบท้ายที่ผลไม้ไทยๆอย่าง พุทรา รสฝาดๆเปรี้ยวๆนี่แหละให้วิตามินซีเท่ากับส้มโอเลย คุณประโยชน์สุดเด็ดของพุทรานอกเหนือจากที่จะช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทาน ต้านสารอนุมูลอิสระแล้ว ในพุทรายังมีใยอาหารมากมาย ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดำเนินการได้ดิบได้ดีขึ้น พุทรามีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาประสาท ป้องกันอาการฝาผนังเส้นโลหิตแข็ง และช่วยทุเลาอาการนอนไม่หลับ

ผักเพื่อสุขภาพ กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ผักเพื่อสุขภาพ กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ผักเพื่อสุขภาพ กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด “ผัก” จัดอยู่ในอาหารหมู่ที่ 5 เป็นวิตามินรวมทั้งเกลือแร่ ซึ่งในขณะที่เป็นประโยชน์และก็จำเป็นจะต้องต่อสถาพทางร่างกาย โดยส่วนมากผักจะอุดมไปด้วย วิตามิน เอ วิตามินบี วิตามินซี โพแทสเซียม แมงกานีส สังกะสี ธาตุฟอสฟอรัสรวมทั้งอื่น ๆ ขึ้นกับประเภทของผัก มากินผักกันเถอะ ประโยชน์ที่กินได้ทุกวัน ราคาถูกและมีประโยชน์

กินยังไงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

ผักเพื่อสุขภาพ ควรรับประทานแบบสดไม่ควรนำไปปรุงอาหารเนื่องจากมีวิตามินซีสูง ได้แก่แครอท แตงร้าน รวมทั้งมะเขือเทศ โดยนอกเหนือจากที่จะมีวิตามินซีแล้ว ผักต่างๆกลุ่มนี้ยังมี วิตามินเอ วิตามินบี เหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส รวมทั้งเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยบำรุงรักษาสายตา และก็ช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส

แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่สารอาหารกลุ่มนี้ก็สามารถสลายไปพร้อมด้วยการทำอาหารได้ โดยเฉพาะวิตามินจะย่อยสลายเมื่อได้รับความร้อน ด้วยเหตุผลดังกล่าวแม้กินแบบใหม่ๆก็จะได้สารอาหารครบสมบูรณ์มากยิ่งกว่านำไปปรุงสุกนั่นเอง

  • มะเขือเทศ ผักเพื่อสุขภาพ
    เนื่องด้วยผักสดโดยมากชอบมีกลิ่นแรงและก็รสเฉพาะตัวของมันเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวขั้นตอนการกินผักสดให้อร่อยควรจะกินเป็นสลัด ซึ่งน้ำสลัดรวมทั้งผลไม้จำพวกอื่นๆที่เพิ่มเติมลงไปจะก่อให้ผักสดรสดียิ่งขึ้น หรืออีกแนวทางหนึ่งเป็นการนำผักแล้วก็ผลไม้มาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่ม เพิ่มเกลือบางส่วนเพื่อปรับรสแล้วต่อจากนั้นนำไปแช่เย็นเพื่อให้รู้สึกสดชื่น ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีทีเดียว
  • ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรจะทานแบบปรุงสุก
    ผักเพื่อสุขภาพ ที่ควรจะปรุงให้สุกก่อนกิน ส่วนมากจะมีสารส่วนตัวที่ถ้าเกิดกินสดจะส่งผลกระทบกับร่างกายมากยิ่งกว่าผลในทางที่ดี ดังเช่นว่าในกะหล่ำปลีสดจะมีสารกอยโตรเจน ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมสารไอโอดีนภายในร่างกาย ฉะนั้นถ้าหากกินมากเกินความจำเป็นก็จะมีผลต่อต่อมไทรอยด์และก็ทำให้เป็นโรคคอพอกได้ ซึ่งสารประเภทนี้นอกเหนือจากการที่จะมีกะหล่ำปลีแล้ว ยังสามารถเจอในบล็อคโคผผผลี่และก็ผักกาดขาว ซึ่งนิยมเอามากินใหม่ๆคู่กับน้ำพริกอีกด้วยแม้ว่าในทางการแพทย์จะเจาะจงไว้ว่าจำเป็นต้องกินในจำนวนมากถึงจะมีผลต่อร่างกายอย่างชัดเจน แม้กระนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในระยะยาวก็ควรที่จะนำไปปรุงให้สุกก่อนหรือถ้าเกิดถูกใจกินแบบใหม่ๆก็ควรจะกินในจำนวนที่สมควรรวมทั้งกินผักประเภทอื่นร่วมด้วย
  • กะหล่ำปลี ผักเพื่อสุขภาพ
    ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยยังคงมีความเชื่อที่ว่าความร้อนจากวิธีการสำหรับการทำกับข้าวจะก่อให้สารอาหารของกินหรือวิตามินต่างๆในผักเพื่อสุขภาพสูญเสียไป ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าจำเป็นจะต้องปรุงผักให้สุกก่อนกิน ควรใช้ความร้อนต่ำที่สุดแล้วก็กินโดยทันทีเพื่อให้ได้ค่าของสารอาหารให้ได้มากที่สุด และควรใช้วิธีผัดหรือต้มแทนการลวกเหตุเพราะวิตามินที่ออกมาจะยังคงอยู่ในน้ำผัดหรือน้ำซุป ซึ่งถ้าเกิดเอามาราดข้าวหรือซดร้อนๆก็จะยังคงได้รับสารอาหารที่ค่อนข้างจะครบอยู่

ผลไม้ลดน้ำหนัก น้ำตาลน้อยประโยชน์มาก

ผลไม้ลดน้ำหนัก น้ำตาลน้อยประโยชน์มาก

ผลไม้ลดน้ำหนัก น้ำตาลน้อยประโยชน์มาก ของกินจากธรรมชาติ ทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังควบคุมเรื่องของการรับประทานอาหาร อุดมไปด้วยวิตามิน การลดหุ่นด้วยการกินผลไม้ลดหุ่น เราจะมานำเสนอผลไม้ 6 ประเภทที่มีจำนวนแคลอรีต่ำ น้ำตาลน้อย เหมาะกับรับประทานคือผลไม้ลดหุ่น

ผลไม้ลดน้ำหนักน้ำตาลน้อยประโยชน์มากเหมาะกับรับประทานตอนลดหุ่น

  • อะโวคาโด
    พูดได้ว่าคือผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ ในผลอะโวคาโดประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งวิตามินอี วิตามินเอ วิตามินบี และก็วิตามินซี ทั้งยังมีกรดไขมันที่ดี ไขมันไม่อิ่มตัว ที่ช่วยสลายไขมันอิ่มตัวภายในร่างกาย อะโวคาโดก็เลยแปลงเป็นผลไม้ในรายการอาหารเพื่อสุขภาพ สลัด และก็ของกินคลีน
  • แอปเปิลเขียว
    แอปเปิลเขียวคือผลไม้ลดหุ่นที่มีจำนวนน้ำตาลน้อยกว่าแอปเปิลสีแดง โดยแอปเปิลเขียว 200 กรัม จะให้พลังงานราวๆ 104 แคลอรี มีใยอาหารสูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย อุดมไปด้วยวิตามินซี ทำให้ผิวสวยแข็งแรง นอกเหนือจากนี้ยังมีช่วยลดคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด แล้วก็สร้างเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายได้อีกด้วย
  • แตงโม
    หลายๆคนบางทีอาจหลงผิดรู้สึกว่าแตงโมคือผลไม้ที่ทำให้อ้วน เพราะมีรสหวานและก็ชุ่มฉ่ำน้ำ แต่ว่าที่จริงแล้วแตงโมคือผลไม้ช่วยลดหุ่น แถมทำให้รับประทานแล้วรู้สึกอิ่มเร็ว มีใยอาหารสูง แคลอรีต่ำ เนื้อแตงโมอุดมไปด้วยแคลเซียม โพแทสเซียม เบตาแคโรทีน ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย และก็คุ้มครองภาวการณ์ไขมันตันในเส้นโลหิต
  • แคนตาลูป
    ผลไม้ลดหุ่นชนิดนี้ ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ เส้นผม รวมทั้งเล็บ ให้มีร่างกายแข็งแรง ทั้งยังยังมีวิตามินที่จำเป็นจะต้องต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ต่อต้านการอักเสบ ทำให้ร่างกายติดโรคยากขึ้น ทั้งโพแทสเซียมในเนื้อแคนตาลูปยังช่วยควบคุมความดันเลือดให้ปกติ
  • ฝรั่ง
    การกินฝรั่งยอดเยี่ยมในแนวทางลดหุ่นด้วยผลไม้ เพราะฝรั่งช่วยทำให้อิ่มง่าย รสกรอบอร่อย อุดมไปด้วยวิตามินซี รับประทานแก้หิวแทนอาหารหวานได้ดิบได้ดี คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากฝรั่งยังช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณผ่องแผ้ว ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย รวมทั้งสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้สุขภาพดี ไม่ป่วยไข้หรือเป็นหวัดบ่อยมาก
  • ส้ม
    ส้มคือผลไม้ราคาถูก ทำมาหากินได้ง่าย ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย เพราะมีเส้นใยรวมทั้งใยอาหารสูง แคลเซียมรวมทั้งวิตามินจากส้มยังช่วยสร้างเสริมกระดูกให้แข็งแรงอีกด้วย ผลส้ม 100 กรัม มีพลังงานราว 47 แคลอรีเพียงแค่นั้น หลายท่านก็เลยเลือกรับประทานส้มคือผลไม้ลดน้ำหนัก รวมทั้งนำไปทำน้ำส้มคั้นก็ดื่มอร่อยไม่แพ้กัน

น้ำตาลน้อยประโยชน์มากอร่อยและราคาถูก

ถึงแม้ผลไม้จะเป็นประโยชน์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยทำให้ปรับสมดุลให้การดำเนินการภายในร่างกายปกติ แม้กระนั้นไม่ใช่ผลไม้ทุกจำพวกจะเหมาะกับกินในตอนลดหุ่น โดยจำเป็นต้องเลือกรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย แต่ว่าให้พลังงาน คุณประโยชน์ทางของกิน

แล้วก็ช่วยทำให้อิ่มท้องได้ ไม่สมควรรับประทานผลไม้ลดหุ่นเพียงอย่างเดียว เพราะว่าการจะมีหุ่นงามพร้อมกันร่างกายแข็งแรงได้นั้น ควรจะรับประทานอาหารจำพวกอื่นๆให้ครบ 5 กลุ่ม เพื่อร่างกายได้รับสารอาหารครบบริบรูณ์ พักให้พอเพียง แล้วก็จะต้องหมั่นบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

ประโยชน์ของผลไม้ มะม่วงหาวมะนาวโห่

ประโยชน์ของผลไม้ มะม่วงหาวมะนาวโห่

ประโยชน์ของผลไม้ มะม่วงหาวมะนาวโห่จัดเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ปลูกง่าย โตเร็ว ให้ผลดก ผลจะมีสีแดงลูกเล็ก ๆ คล้ายกับมะเขือเทศราชินี สำหรับรสของผลสุกจะออกหวานนุ่มลิ้น แต่ว่าถ้าหากยังไม่สุกจะมีรสเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟัน ข้อดีของผลไม้มะม่วงหาวมะนาวโห่มีมากมาย มีธาตุเหล็กแล้วก็วิตามินซีสูง เมื่อกัดไปแล้วจะมียางเหนียว ๆ ฝาดคอแต่ประโยชน์มากมายเลยทีเดียว

ประโยชน์ของผลไม้

เป็นผลไม้ที่ใครอีกหลายๆคนไม่ทราบคุณประโยชน์ก็ฟันทิ้งกันไปจำนวนมาก ก็เลยทำให้เดี๋ยวนี้ค่อนข้างจะหามากินได้ยาก เว้นแต่คนที่รู้ประโยชน์เท่านั้นที่เอามาปลูกไว้ สำหรับคนสมัยก่อนแล้วผลไม้จำพวกนี้จัดว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะเหตุว่าเป็นมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพรซึ่งมีคุณประโยชน์ที่นานาประการสำหรับการช่วยซ่อมบำรุงร่างกายและก็ช่วยรักษาโรคได้เกือบทุกประเภท สำหรับวิธีรับประทานก็เอามาล้างให้สะอาดแล้วกินกันสด ๆ ได้เลย

สรรพคุณ

  • มะม่วงหาวมะนาวโห่มีสารต้านทานอนุมูลอิสระ ก็เลยช่วยสำหรับเพื่อการชะลอวัยแล้วก็ริ้วรอย
  • ช่วยทำให้สุขภาพดี (แก่น)
  • แก้อาการหมดแรง เหน็ดเหนื่อย (แก่นไม้)
  • เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย (ผล)
  • ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ราก)
  • มีส่วนช่วยลดหุ่น (ผล)
  • ช่วยขยายเส้นโลหิตคุ้มครองการเกิดโรคหัวใจ (ผล)
  • มีส่วนช่วยปกป้องการเกิดโรคมะเร็ง (ผล)
  • ธาตุเหล็กในผลมีส่วนช่วยรักษาโรคโรคเบาหวาน (ผล)
  • มีส่วนช่วยรักษาโรคโลหิตจาง (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคปอด (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบยาสูบได้ดิบได้ดีมากมาย (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคไต (ผล)
  • ทุเลาลักษณะโรคตับ อย่างโรคตับแข็ง (ผล)
  • ช่วยรักษาโรคโรคเกาต์ (ผล)
  • ช่วยรักษารวมทั้งทุเลาลักษณะของโรคต่อมไทรอยด์ (ผล)
  • ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคไหลตาย (ผล)
  • ในบังคลาเทศใช้ใบรักษาโรคลมชัก (ใบ)
  • มีส่วนช่วยทุเลาลักษณะโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มือเท้าชา (ผล)
  • ช่วยทำนุบำรุงกำลัง (แก่นไม้)
  • ช่วยทำนุบำรุงธาตุ (ราก, แก่น, แก่นไม้)
  • ช่วยบำรุงรักษาไขมันภายในร่างกาย (แก่น, แก่นไม้)
  • ช่วยแก้ไข้ รวมทั้งไข้มาลาเลีย (ราก, ใบ)
  • ช่วยดับพิษร้อน (ราก)
  • ช่วยทุเลาอาการโรคภูมิแพ้ (ผล)
  • ช่วยแก้และก็ทุเลาอาการไอ (ผล)
  • ช่วยขับเสลด (ผล)
  • มีส่วนช่วยทุเลาลักษณะของการปวดหัว ไมเกรน
  • แก้ลักษณะของการเจ็บคอ เจ็บในปาก (ใบ)
  • แก้ลักษณะของการปวดหู (ใบ)
  • ช่วยรักษาลักปิดลักเปิดหรือโรคเลือดออกตามไรฟัน รักษาแผลในโพรงปาก (ผล)
  • ช่วยทำนุบำรุงกระเพาะ (ราก)
  • แก้อาการท้องร่วง (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคบิด (ใบ)
  • ช่วยขับฉี่ (ผล)
  • ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ยอดอ่อน)
  • ช่วยขับพยาธิ (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคเท้าช้าง (น้ำยาง)
  • ช่วยฆ่าเชื้อโรค (ผล)
  • ผลสุกใช้เพื่อสำหรับการรักษาแผล (ผล, ยาง)
  • ใช้รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง (เปลือกต้น)
  • ช่วยแก้อาการคัน (ราก)
  • ในประเทศอินเดียใช้รากเพื่อรักษาแผลโรคเบาหวาน (ราก)
  • แก้ขี้กลากโรคเกลื้อน (เม็ด, น้ำยาง)
  • แก้อาการเนื้อหนังชาในโรคเรื้อน (เม็ด)
  • ช่วยรักษาแผลเนื้องอก (น้ำยาง)
  • ช่วยรักษาหูด (น้ำยาง)
  • ช่วยทำลายตาปลารวมทั้งช่วยกัดทำลายพื้นที่ด้านเป็นปุ่มโต (น้ำยาง)
  • ใช้พอกดับพิษ (ผล)
  • ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดเมื่อยล้าตามข้อ (ผล)

ประโยชน์ของขิง ที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ มีดังนี้

ประโยชน์ของขิง ที่ทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ มีดังนี้

ประโยชน์ของขิง ขิงทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ ต้นขิงเป็นไม้ล้มลุก สามารถเติบโตได้ในประเทศเขตร้อน อย่างเมืองไทย สามารถขยายพันธุ์โดยทางการแตกหน่อขิงเป็นพืชแบบเดียวกับ ข่า ขมิ้น มีรสเผ็ดรวมทั้งกลิ่นหอมแต่ยิ่งแก่จะมีรสเผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น สามารถนำมาใช้กินได้และมีผลดีด้านการบำรุงร่างกายอย่างมากรักษาโรคได้มากมายสามารถใช้ส่วนของทั้งต้น เหง้า ดอก ราก ใบ ผลและแก่น

ลักษณะทั่วไปของขิง

หัวหรือเหง้าลักษณะซึ่งคล้ายมืออยู่ใต้ดินเปลือกของเหง้าขิงมีสีเหลืองอ่อนลำต้นออกเป็นกอ ความสูงโดยประมาณ 100 ซม. ลักษณะกลมตั้งชันอวบน้ำมีสีเขียว ใบเป็นกาบ ห่อหุ้มทับกันเป็นใบผู้เดียวออกสลับเรียงกันเสมือนใบไผ่ลักษณะปลายใบจะเรียวแหลม ดอกออกเป็นพุ่มไม้ดอกแหลมมีสีขาว สำหรับต้นขิงจะมีประโยชน์ยังไงมาดูกัน

  • เหง้าหรือหัวตำราเรียนสมุนไพรไทยบอกไว้ว่ามีฤทธิ์อุ่น คุณประโยชน์ช่วยขับเหงื่อ แก้อาการท้องอืด ท้องอืด ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับเยี่ยว บำรุงธาตุ ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ฆ่าพยาธิ แก้บิด แก้อ้วก รักษาหวัด ช่วยลดไข้ ขับลมในกระเพาะ แก้ปวดระดู รักษาแผล แก้ปวดฟัน ลดไขมันในเส้นโลหิต บำรุงเลือด ลดกรดในกระเพาะ เอามารับประทานสด เอามาตากแห้งรวมทั้งบดเป็นผุยผงหรือเอามาต้นน้ำดื่ม
  • ต้นมีรสเผ็ดร้อนคุณประโยชน์ช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ท้องเสีย
  • ใบมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์แก้บวมช้ำ รักษานิ่ว ช่วยขับเยี่ยว ช่วยฆ่าพยาธิ
  • ดอกมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ช่วยขับฉี่ รักษาโรคเยี่ยวขัด
  • รากมีรสหวานเผ็ดร้อนขม คุณประโยชน์ช่วยเจริญอาหาร ขับเสลด
  • ผลมีรสหวานเผ็ด คุณประโยชน์สำหรับสตรีข้างหลังคลอด บำรุงนม ช่วยลดไข้ แก้เจ็บคอ ลดอาการอักเสบ แก้ตาฝ้า เป็นยาอายุวัฒนะ
  • แก่นเอามาฝนเป็นผุยผงแก้อาการคัน

เมนูง่าย ๆ ส่วนประกอบสำหรับทำน้ำขิง

  • ขิงแก่ 3 หัว ซอกซอยเป็นแผ่นๆ
  • น้ำตาล 1 กิโล
  • น้ำดื่ม 5 ลิตร

เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ใส่ขิงลงไปต้ม ราว 15 นาที ด้วยไฟอ่อนๆให้รสรวมทั้งความหอมของขิงเบาๆออกมาแล้วหลังจากนั้นให้ปิดไฟ รวมทั้งเพิ่มเติมน้ำตาลลงไปผสม ทิ้งให้น้ำตาลละลาย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำขิงร้อนๆช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น แก้หวัด ขิงสำหรับเอามาทำน้ำขิงต้องเลือกหัวแก่จะให้มีความหอม การต้มน้ำขิงให้ต้มน้ำก่อนใส่ขิงลงไปต้ม

ต้มจนได้กลิ่นของขิงและก็หอมรสขิง น้ำตาลสำหรับเอามาทำน้ำขิงใช้น้ำตาลธรรมชาติ ให้รสความที่พอดีกลมกล่อมละมุนเยอะขึ้นนิยมดื่มแบบร้อน ๆ น้ำขิงเย็นๆไม่เหมาะสมสำหรับกินเพราะถ้าเกิดทิ้งให้เย็นความเผ็ดจะออกมามากรวมทั้งรสไม่อร่อย ทานคู่กับอาหารหวานหลายชนิดอาทิเช่น ขนมบัวลอยน้ำขิงหรือเต้าคว้าน้ำขิง ในการทำน้ำขิงนิยมใช้ขิงแก่เพราะให้ความเผ็ดร้อนและมีประโยชน์ทางยามากกว่าขิงอ่อน ไม่เหมาะสมกับคนที่มีความร้อนในร่างกายอยู่แล้ว ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากกว่าธรรมดาควรจะกินให้รอบคอบเป็นพิเศษ

ประโยชน์ของกระชาย มีดังนี้

ประโยชน์ของกระชาย ระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลือง ซึ่งทั้ง 3 จำพวกนี้จะถูกพบโดยทั่วไป สามารถเอามาปรุงเป็นอาหารได้มากมาย โดยส่วนที่นิยมประยุกต์ใช้ปรุงอาหารกันเยอะที่สุดเป็น ราก ซึ่งรากกระชายนี้จะมีกลิ่นหอมสดชื่น สามารถใช้เป็นผักจิ้มได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมาทำเครื่องแกงเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นคาวของจำพวกปลาได้เป็นอย่างดีรูปแบบของกระชายเหลืองประโยชน์ของผัก ลักษณะของกระชาย

  • ต้น มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน จัดเป็นไม้ล้มลุกมี แตกหน่อได้ มีรากเจ้าเนื้อ เป็นทรงกระบอกหรือทรงไข่ออกจะยาว ปลายเรียว มีความยาวโดยประมาณ 4-10 ซม. กว้างโดยประมาณ 1-2 ซม. ผิวมีสีน้ำตาลอ่อน ส่วนเนื้อในมีสีเหลือง มีกลิ่นหอม
  • ใบ ใบเรียงสลับ ลักษณะเป็นรูปรี โคนใบมนหรือแหลม ส่วนปลายใบเรียวแหลม มีขอบเรียบ เส้นกึ่งกลางใบ ด้านใบ และก็กาบใบด้านบนจะเป็นร่อง ข้างล่างจะนูนเป็นสัน ด้านใบเรียบ ส่วนกาบใบเป็นสีชมพู ระหว่างก้านใบรวมทั้งกาบใบจะมีลิ้นใบ
  • ดอก มีดอกเป็นช่อ โดยจะออกที่ยอด มีความยาวโดยประมาณ 5 ซม. แต่ละดอกจะมีใบเสริมแต่ง 2 ใบ มีสีขาวหรือสีขาวอมชมพูอ่อน โคนชิดกันเป็นหลอด ปลายจะแยกเป็น 3 แฉก มีเกสรตัวผู้อยู่ 6 อัน โดยเฉพาะตรงกระเปาะแล้วก็ปลายกลีบ จะมีเกสรตัวผู้ที่บริบูรณ์อยู่ 1 อัน ก้านยกอับเรณูหุ้มห่อก้านเกสรตัวเมีย

คุณ  ประโยชน์ของกระชาย มีอะไรบ้าง

ชื่อในแวดวงแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย” การดื่มน้ำกระชาย เข้าไปแล้ว ในกระเพาะพวกเรามีน้ำ มีไขมันและก็จุอินทรีย์สองกรุ๊ปจะแยกกันปฏิบัติภารกิจของมันเอง ตัวจุลชีวันในกระเพาะจะมีผลให้กำเนิดแอลกอฮอล์ขึ้นมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่สกัดตัวยากลุ่มที่ละลายน้ำออกมาจากกระชายได้เอง ส่วนกรุ๊ปที่ละลายในไขมันก็ดำเนินการ เนื่องจากกระชายกับโสมมีความคล้ายกันหลายสิ่งหลายอย่าง เช่นคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการชูกำลังและก็เสริมความสามารถทางเพศ ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่นของสมุนไพรทั้งสองแบบ อีกทั้งกระชายและก็โสมต่างก็เป็นพืชที่มีส่วนสะสมของกินที่ใช้เป็นยาอยู่ใต้ดินเช่นกัน แถมยังสามารถเรืองแสงในที่มืดได้ 

คุณประโยชน์ของกระชาย

  • กระชายมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ
  • ช่วยบำรุงรักษาธาตุภายในร่างกาย (ใบ)
  • กระชายเหลืองมีคุณประโยชน์ช่วยแก้ลมเวียนหัว แน่นหน้าอก
  • ช่วยบำรุงรักษากำลัง เสริมสมรรถนะทางเพศ บรรเทาโรคนกเขาไม่ขันหรือโรคอีดี (Erectile Dysfunctional หรือ ED) (เหง้าใต้ดิน)
  • ช่วยบำรุงรักษาหัวใจ ด้วยการใช้เหง้าและก็รากของกระชายเอามาปอก ล้างน้ำให้สะอาด เอามาหั่นตากแห้งแล้วบดจนกระทั่งเป็นผุยผง รวมทั้งให้ใช้ผงแห้งที่ตระเตรียมไว้โดยประมาณ 1 ช้อนชา เอามาชงกับน้ำร้อนครึ่งถ้วยชา แล้วกินเพียงแต่ครั้งเดียว (เหง้า, ราก)
  • ช่วยทำนุบำรุงกระดูก ช่วยให้กระดูกไม่บอบบาง
  • ช่วยทำให้ปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆภายในร่างกาย
  • ช่วยบำรุงรักษากำหนัด แก้อาการกามตายด้าน (เหง้าใต้ดิน)
  • ช่วยบำรุงรักษาสมอง เนื่องจากว่าช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองศูนย์กลางได้ดิบได้ดีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ
  • ช่วยทำให้ปรับสมดุลของความดันเลือดภายในร่างกาย ช่วยลดระดับความดันเลือดเมื่อความดันเลือดสูง แม้กระนั้นเมื่อความดันเลือดต่ำก็จะช่วยทำให้ปรับความดันมากขึ้นจนถึงปกติ

    ผักทานทุกวัน ดีต่อร่างกายอย่างไร

ผักทานทุกวัน ดีต่อร่างกายอย่างไร

ผักทานทุกวัน อาหารต่าง ๆ ในทุกวันนี้มีทั้งยังของอาหารที่ดีต่อร่างกายแล้วก็ของกินที่เสี่ยงต่อสุขภาพ รวมทั้งเราจะทราบได้ยังไงว่าของกินที่พวกเรากินในทุกๆวันนั้น ดีต่อร่างกายพวกเราหรือเปล่า วันนี้เราเลยจะมานำเสนอและแยกประเภทออกให้ดูกันง่าย ๆ นะคะ 

ผักทานทุกวัน ผักที่ดีต่อร่างกายมีดังต่อไปนี้

1.ข้าวโพด

ในส่วนของเมล็ดข้าวโพด ช่วยทำนุบำรุงปอด หัวใจ กระเพาะ ช่วยแก้ไขทับฤดู อาหารไม่ย่อย อาเจียนเป็นเลือดช่วยขับนิ่วในถุงน้ำดี บำรุงตับ ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร อีกด้วย

2.ตำลึง

ตำลึงอุดมไปด้วยสารอาหารหลายแบบได้แก่ แคลเซียม วิตามินเอ คาร์โบไฮเดรต ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง บำรุงน้ำนม บำรุงเลือด ช่วยลดไข้ แก้เวียนหัวและอาเจียน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับสารพิษในร่างกาย แล้วก็ยังเอามาตำผสมกับน้ำช่วยรักษาอาการแพ้จากแมลงสัตว์กัดต่อยได้อีกด้วย

3.กวางตุ้ง

ผักกวางตุ้งนอกเหนือจากที่จะปลูกได้ไม่ยากแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย บำรุงสายตา ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยในการขับถ่าย แถมยังเป็นผักที่มีไขมันน้อย กินแล้วไม่อ้วน แถมยังเต็มไปด้วยแร่สำคัญอย่าง วิตามินซี วิตามินเอ หรือแคลเซียม นอกจากนั้นยังช่วยสำหรับการย่อยของอาหารอีกด้วย

4.ขี้เหล็ก

ขี้เหล็กจะมีรสขมจะมีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยเลยทีเดียว ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ ช่วยลดความดันโลหิต รักษาโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงธาตุ ป้องกันหวัด ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมทั้งยังเป็นยาระบายอ่อนๆรักษาท้องผูกคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และก็แคลเซียมอีกด้วย

5.ขิง

ขิง นั้นดีต่อร่างกาย ขิงอุดมไปด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินหลายอย่าง รักษาอาการปวดหัวจากโรคไมเกรน บำรุงหัวใจ ช่วยฟื้นฟูร่างกายสำหรับคุณแม่หลังคลอด ช่วยให้นอนหลับสนิท ช่วยบำรุงสายตา มีส่วนช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดอาหารอยากยาของผู้ที่เสพติดยาลงได้ ช่วยลดสารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ช่วยทุเลาหวัด คัดจมูกน้ำมูกไหล แล้วก็เจ็บคอ ส่วนน้ำมันหอมระเหย ทำให้ร่างกายอบอุ่น บำรุงกระเพาะ และก็แก้อาเจียนคลื่นไส้

6.ดอกแค

นอกเหนือจากการที่จะเอามาปรุงเป็นของกินเลิศเลอรสแล้ว ดอกแคยังมีคุณประโยชน์ช่วยแก้ไข้ ลดอาการไอ ช่วยควบคุมธาตุต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและฟัน แก้อาการหนาว ๆ ร้อน ๆ จากอากาศเปลี่ยนได้อีกด้วย

7.ใบกะเพรา

ใบกะเพรา มีคุณลักษณะทางยาเป็นน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์ช่วยขับลม เป็นยาอายุวัฒนะ แก้อาการหวัดได้ ช่วยบำรุงธาตุไฟ ช่วยดับกลิ่นปากไม่พึงประสงค์ แก้อาการท้องอืดท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลักษณะของการปวดท้องแน่น จุกเสียด อาการวินเวียนหัว แก้อาการอาเจียนได้อีกด้วย

ผักชนิดสุดท้าย รู้หรือไม่ กระเทียมกินทุกวันยิ่งดี

8.กระเทียม

กระเทียมทานแล้วเกิดผลดีต่อร่างกายหมายถึงช่วยปรับให้โลหิตไหลเวียนได้ดี ช่วยรักษาอาการหวัด ช่วยในการเผาผลาญไขมัน แก้ปัญหาผมหลุดร่วง ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด แล้วก็ถ้าหากกินเสมอๆจะช่วยลดอาการเส้นโลหิตอุดตันได้

ประโยชน์ของขิง มีดังนี้

 

ประโยชน์ของขิง มีดังนี้

ประโยชน์ของขิง ขิงทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาหวัดได้ ต้นขิงเป็นไม้ล้มลุก สามารถเติบโตได้ในประเทศเขตร้อน อย่างเมืองไทย สามารถขยายพันธุ์โดยทางการแตกหน่อขิงเป็นพืชแบบเดียวกับ ข่า ขมิ้น มีรสเผ็ดรวมทั้งกลิ่นหอมแต่ยิ่งแก่จะมีรสเผ็ดร้อนมากยิ่งขึ้น สามารถนำมาใช้กินได้และมีผลดีด้านการบำรุงร่างกายอย่างมากรักษาโรคได้มากมายสามารถใช้ส่วนของทั้งต้น เหง้า ดอก ราก ใบ ผลและแก่น 

ประโยชน์ของขิง ลักษณะทั่วไปของขิง

หัวหรือเหง้าลักษณะซึ่งคล้ายมืออยู่ใต้ดินเปลือกของเหง้าขิงมีสีเหลืองอ่อนลำต้นออกเป็นกอ ความสูงโดยประมาณ 100 ซม. ลักษณะกลมตั้งชันอวบน้ำมีสีเขียว ใบเป็นกาบ ห่อหุ้มทับกันเป็นใบผู้เดียวออกสลับเรียงกันเสมือนใบไผ่ลักษณะปลายใบจะเรียวแหลม ดอกออกเป็นพุ่มไม้ดอกแหลมมีสีขาว สำหรับต้นขิงจะมีประโยชน์ยังไงมาดูกัน

  • เหง้าหรือหัวตำราเรียนสมุนไพรไทยบอกไว้ว่ามีฤทธิ์อุ่น คุณประโยชน์ช่วยขับเหงื่อ แก้อาการท้องอืด ท้องอืด ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับเยี่ยว บำรุงธาตุ ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ฆ่าพยาธิ แก้บิด แก้อ้วก รักษาหวัด ช่วยลดไข้ ขับลมในกระเพาะ แก้ปวดระดู รักษาแผล แก้ปวดฟัน ลดไขมันในเส้นโลหิต บำรุงเลือด ลดกรดในกระเพาะ เอามารับประทานสด เอามาตากแห้งรวมทั้งบดเป็นผุยผงหรือเอามาต้นน้ำดื่ม
  • ต้นมีรสเผ็ดร้อนคุณประโยชน์ช่วยขับลม แก้จุกเสียด แก้ท้องเสีย
  • ใบมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์แก้บวมช้ำ รักษานิ่ว ช่วยขับเยี่ยว ช่วยฆ่าพยาธิ
  • ดอกมีรสเผ็ดร้อน คุณประโยชน์ช่วยสำหรับการย่อยของกิน ช่วยขับฉี่ รักษาโรคเยี่ยวขัด
  • รากมีรสหวานเผ็ดร้อนขม คุณประโยชน์ช่วยเจริญอาหาร ขับเสลด
  • ผลมีรสหวานเผ็ด คุณประโยชน์สำหรับสตรีข้างหลังคลอด บำรุงนม ช่วยลดไข้ แก้เจ็บคอ ลดอาการอักเสบ แก้ตาฝ้า เป็นยาอายุวัฒนะ
  • แก่นเอามาฝนเป็นผุยผงแก้อาการคัน

เมนูง่าย ๆ ประโยชน์ของขิง ส่วนประกอบสำหรับทำน้ำขิง

  • ขิงแก่ 3 หัว ซอกซอยเป็นแผ่นๆ
  • น้ำตาล 1 กิโล
  • น้ำดื่ม 5 ลิตร

เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ใส่ขิงลงไปต้ม ราว 15 นาที ด้วยไฟอ่อนๆให้รสรวมทั้งความหอมของขิงเบาๆออกมาแล้วหลังจากนั้นให้ปิดไฟ รวมทั้งเพิ่มเติมน้ำตาลลงไปผสม ทิ้งให้น้ำตาลละลาย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำขิงร้อนๆช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น แก้หวัด ขิงสำหรับเอามาทำน้ำขิงต้องเลือกหัวแก่จะให้มีความหอม การต้มน้ำขิงให้ต้มน้ำก่อนใส่ขิงลงไปต้ม ต้มจนได้กลิ่นของขิงและก็หอมรสขิง น้ำตาลสำหรับเอามาทำน้ำขิงใช้น้ำตาลธรรมชาติ ให้รสความที่พอดีกลมกล่อมละมุนเยอะขึ้นนิยมดื่มแบบร้อน ๆ น้ำขิงเย็นๆไม่เหมาะสมสำหรับกินเพราะถ้าเกิดทิ้งให้เย็นความเผ็ดจะออกมามากรวมทั้งรสไม่อร่อย ทานคู่กับอาหารหวานหลายชนิดอาทิเช่น ขนมบัวลอยน้ำขิงหรือเต้าคว้าน้ำขิง ในการทำน้ำขิงนิยมใช้ขิงแก่เพราะให้ความเผ็ดร้อนและมีประโยชน์ทางยามากกว่าขิงอ่อน ไม่เหมาะสมกับคนที่มีความร้อนในร่างกายอยู่แล้ว ตาแดง หรือมีไฟในตัวมากกว่าธรรมดาควรจะกินให้รอบคอบเป็นพิเศษ

สมุนไพรไทยกระทือ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง